Melanie's profile~House of Sirius Black ~PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 14

    Sweeney Todd หนังใหม่จอนห์นี่ เดปป์ค่า

    มาแล้วค่ะ มาแล้ว...หนังเรื่องใหม่ของดาราขวัญใจสาวๆ Johnny Depp นั่นเองค่ะ หลังจากที่หลายๆท่านเพิ่งได้ยลโฉมหน้าหล่อๆ เซอร์ๆ เพี้ยนสติแตกไปใน Pirates of The Caribbean : At World's End ไปเมื่อช่วงเกือบๆซัมเมอร์ที่ผ่านมา คริสต์มาสนี้ทุกท่านจะได้ยลโฉมป๋าเดปป์ของเราในลุคใหม่ที่สุดยอดมากๆค่ะ ซึ่งเรื่องนี้ก็คือ Sweeney Todd!


    เรื่อง Sweeney Todd นี้ มีชื่อเต็มๆ ว่า "Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street" ดัดแปลงมาจากบทละครเพลงในชื่อเดียวกันของ "สตีเฟ่น ซอนด์ไฮม์" (Stephen Sondheim) เริ่มถ่ายทำมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2007 แต่ต้องหยุดชะงักไปเนื่องจากอาการป่วยของลูกสาว จอห์นนี่ เดปป์ ก่อนจะกลับมาถ่ายทำกันใหม่ช่วงปลายเดือนมีนาคม และมีกำหนดลงโรงเข้าฉายในบ้านเรา ต้นปี 2551 ที่จะถึงนี้ ตัวเรื่องอิงยุควิคตอเรียนค่ะ ป๋าของเรารับบทเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกใส่ความว่าเป็นฆาตกรจนต้องติดคุก ขณะที่ติดคุกเขาก็ได้รู้ว่าภรรยาถูกคนที่ร่วมกันใส่ความป๋าเดปป์ของเราข่มขืนและฆ่า อีกทั้งลูกสาวคนเดียวก็ต้องไปอยู่กับผู้ร้ายข่มขืนคนนั้น เมื่อพ้นโทษ เขาก็เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนโฉมเสียใหม่ เป็น สวีนนี ท็อด ประกอบอาชีพเป็นช่างตัดผม ดั่งสวรรค์แกล้งเมื่อคนที่พากันใส่ความเขาตอนนั้น กลับย้อนมาเป็นลูกค้าของร้านเขา สวีนนี จึงจัดการแก้แค้นโดยการฆ่าคนที่ใส่ความเขา และเอาศพไปให้คุณนายเลิฟเวต (Helena Bonham Carter) ที่อยู่ข้างบ้าน เพื่อนำไปทำเป็นพาย อันเป็นการทำลายหลักฐาน เรื่องนี้เป็นภาพยนต์เพลงค่ะ แน่นอนว่าเราจะได้ยินเสียงป๋าเดปป์ของเราร้องเพลงให้ฟังด้วย Sweeney Todd ยังได้ 3 นักแสดงจาก Harry Potter มาร่วมงานด้วย นั่นก็คือ Alan Rickman(ศ.เสนป) , Helena Bonham Carter(เบลลาทริกซ์) และ Timothy Spall (ปีเตอร์-หางหนอน)

    ลองไปชม trailer ได้ที่ Official Website ได้ที่นี้เลยค่ะ
    ---->
    http://www.sweeneytoddmovie.com/

    รายชื่อนักแสดงค่ะ
    Johnny Depp ... Sweeney Todd
    Helena Bonham Carter ... Mrs. Lovett (เธอเป็นคู่หมั้นคุณทิม เบอร์ตันผู้กำกับด้วยล่ะค่า)
    Alan Rickman ... Judge Turpin
    Timothy Spall ... Beadle Bamford
    Sacha Baron Cohen ... Signor Adolfo Pirelli
    Jayne Wisener ... Johanna
    Jamie Campbell Bower ... Anthony Hope
    Laura Michelle Kelly ... Beggar Woman
    Ed Sanders ... Tobias Ragg
    Anthony Head ... Ballad Ghost
    Peter Bowles ... Ballad Ghost

    ผู้กำกับ - Tim Burtan (ผลงานที่ผ่านมา Edward Scissorhands,Corpse Bride,Nightmare Before Christmas และ Charile And The Chocolate Factory )

    เข้าฉาย - This Christmas (แว่วๆว่า 27 ธันวาคม 2007 นะคะ)

    รูปใบปิดค่ะ(คลิกเพื่อดูรูปใหญ่นะคะ)
    user posted image

    รูปตัวอย่างจากในหนังค่ะ (คลิกเพื่อดูรูปใหญ่นะคะ)

    user posted image     user posted image     user posted image

    user posted image     user posted image


    ไม่รู้จะว่างไปดูหรือเปล่า แต่คิดว่าเรื่องนี้น่าดูมากๆเลย เลยลองเอาข้อมูลเล็กๆน้อยๆ
    มาให้ลองอ่านกันดูค่ะ ทุกท่านมีความเห็นว่าไงกันค่ะ
    October 12

    [Fiction Spoiler HP 7]In the Time...I Love You...03

    เนื้อหา Fiction เรื่องนี้ มีการกล่าวถึงฉากสำคัญต่างๆในเล่ม 7 ของ Harry Potter หากไม่ประสงค์จะรู้เนื้อเรื่องก่อน ปิดไปเลยค่ะ
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    [Fiction Spoiler HP 7]  In the Time...I Love You.... 03

    By : M_Black
    Style : Drama , Romantic
    Paring : Severus Snape & Lily Even

    ใบไม้ร่วงลงสู่พื้นดิน...เหมือนที่เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า นับแต่วันนั้น ผมไม่เข้าใจเลยว่า...การที่ผมร้องไห้ออกไปในอ้อมกอดของลิลลี่ มันทำให้เธอมีความ หมายต่อผมแค่ไหน การออกนอกบ้านไปเจอกับลิลลี่ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ผมสร้างรอยยิ้มที่หาได้ยากนัก สวนสาธารณะที่ผมเจอเธอเป็นสถานที่สำคัญของผม รวมทั้งนั้นอาจหมายความว่าเธอเป็นของสำคัญของผมด้วย...

    " เซฟ...เธอตื่นเต้นมั้ย "

    " เรื่องอะไรเหรอ " ผมถามเรียบๆ แทนที่จะตอบ ลิลลี่มุ่ยหน้า

    " ก็อีกไม่ถึงสัปดาห์ เราจะได้ไป....ฮอกวอตส์แล้วไง " ลิลลี่กระซิบบอกผม เธอจำเป็นต้องกระซิบเพราะไม่อยากให้พี่สาวเธอรู้ อ๋อ!...ผมเองก็เผลอพลั้งปากไป อีกว่าผมกับเธอเป็น คนในโลกนั้น เหมือนๆกันหลังจากวันที่ผมต้องไปนอนรักษาตัวที่บ้านเธอ ผมทำหน้าออกจะตะลึงอยู่บ้าง เพราะลืมไปเลยว่าอีกแค่ไม่ถึง สัปดาห์ผมกับลิลลี่จะได้ไปเรียนหนังสือในแบบของพวกเราแล้ว

    " อืม...ไม่เท่าไหร่หรอก...เธอล่ะ " เด็กหญิงผมแดงตรงหน้าผมทำหน้าเพ้อฝันเล็กน้อย ก่อนจะกระโดดลุกจากม้านั่งยาว หมุนตัว 1 ทีแล้วหันหน้าที่มีแต่รอยยิ้ม สดใสมาทางผม เรือนผมแดงสวัดไสวล้อแสงอาทิตย์

    " ตื่นเต้นสิ! ตื่นเต้นมากด้วย...มันเป็นโลกที่น่าพิศวงมากเลยนะ เธอไม่ว่างั้นเหรอ "

    " ก็นะ...คงจะเป็นอย่างที่เธอว่า "

    " ที่นั้นจะเป็นอย่างไรนะ เซฟ เธอว่ามันจะเป็นอย่างไง "

    " อาจจะเป็น ปราสาทหลังทึมๆ มีหม้อยาใบโต แล้วก็แม่มดผมยาวรุงรังกำลังคนยาพิษมั้ง "

    " ฉันว่าเธอ ลอกในนิทานมาเลยนะ " ลิลลี่พูดยิ้มๆ ผมยิ้มตอบ

    " ก็ว่าคุ้นๆเหมือนกัน " เรามองหน้ากัน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา จนทูนีย์เดินมาถามว่าขำอะไรกัน เราก็เลยต่างกุเรื่องบอกเธอ แต่แน่ละว่าทูนีย์ไม่เชื่อ ในเมื่อลิลลี่บอกว่า

    " เรื่อง ที่เซฟสะดุดกองหนังสือหล่นจากบันไดเมื่อวาน แล้วกระเด็นไปชนเตาผิง เลอะขี้เถ้าเต็มตัวเลย " แต่ผมกลับบอกว่า

    " เรื่องที่ลิลลี่ โดนกระรอกในสวน กระโดดตะปปจมูกจนแดงพอๆกับผมของเธอ " แล้วเราทั้งสองก็มองหน้ากันอีกครั้ง พลางหัวเราะในเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างกุขึ้น มาทั้งนั้น ทูนีย์ทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็ไม่พูดอะไร (นับว่าโชคดี เพราะลิลลี่เล่าว่าทูนีย์โกรธมากที่เธอไม่ใช่แม่มดน่ะ) หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้พูดถึงกองหนังสือ กระรอก หรือฮอกวอตส์อีก เราสามคนเอาแต่เล่นกันตลอดเวลา เหนื่อยก็หยุดพักกินไอศครีม (แน่ล่ะ ผมคงปล่อยให้ลิลลี่เลี้ยงผมไปตลอดไม่ได้ ครั้งนี้ผมเลย ต้องควักเงินตัวเองจ่าย ก็ถือว่าโชคดีอีก เพราะนับจากเหตุการณ์วันนั้น พ่อผมไม่ค่อยมาวอแวที่บ้านเท่าไหร่ แม่ก็ไม่ต้องเสียงเงินไปกับค่าเหล้าพ่อมากนัก ผม จึงพอมีเงินในการซื้ออะไรเล็กๆน้อยๆ บ้าง ) กว่าจะสัปดาห์ที่เราต้องไปเรียน เราเอาแต่เล่นกันทั้งวันทั้งคืน เนื้อตัวมอมแมม เราเล่นกันจนแทบจะไม่รู้ว่าจะ เล่นอะไรอีก นั้นเหมือนสัญญาณอำลาอันรางเลือนว่า ช่วงเวลาแห่งความสุข ของเราสามคน กำลังจะหมดไป วัยเด็กกำลังจะอำลา และบางสิ่งจะมาแทนที่

    บางสิ่งที่ผมไม่เคยนึกเลยว่า...
    มันจะทำให้ชีวิตของผม...
    เปลียนไปมากขนาดนี้...

    .......................
    ...............
    .............
    .........
    .......
    .......
    ....
    ..
    .

    ถัดจากฤดูใบไม้ร่วง...หิมะก็เริ่มจะโปรยปรายลงมา เพียงแต่ นี่เป็นฤดูหนาวครั้งที่ 6 นับแต่ผมเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ ภายในเวลาแค่ไม่นานนัก ทุกสิ่งทุกอย่างใน ชีวิตผมเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน...แต่ในหลายๆอย่างที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา มีเพียงสิ่งเดียวสำหรับผมที่ไม่เคยเปลี่ยนไป....

    ดวงอาทิตย์ของผม...
    ยังคงส่องสว่างหมือนเดิม...
    เพียงแต่คนที่ได้อาบแสงอันอบอุ่นอันนั้น...
    ไม่ใช่ผม....

    ความสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนของผมกับลิลลี่จบไปตั้งแต่เมื่อตอนปี 4 ซึ่งทั้งหมดเป็นความผิดของผม... แม้ปากของผมจะโทษว่าเป็นความผิดของไอ้งี่เง่าพอ ตเตอร์นั่น แต่ลึกๆในใจผมรู้ดีเสมอมา ว่าคนที่ผิดคือผมเอง ผมที่ใช้ความเย่อหยิ่งในสายเลือดพูดจาร้ายกาจใส่เธอ และขี้ขลาดจนไม่กล้าแม้แต่จะบอกความจริง ถึงความรู้สึกที่ผมมีต่อลิลลี่ ไม่กล้าที่จะยอมรับความจริงว่าลิลลี่ไม่เคยมองผมมากไปกว่าคำว่า ' เพื่อน '

    ท่ามกลางหิมะขาวสะอาดตา เรือนผมสีแดงโดดเด่นจนเรียกให้ผมต้องหยุดยืนมองทั้งๆที่มีงานพะรุงพะรังเต็มแขนไปหมด ลิลลี่ไปชวนแฮกริดเล่นปาหิมะ พร้อมๆกับเพื่อนๆ กลุ่มกริฟฟินดอร์และเรเวนครอของเธอ และนอกจากนั้นก็คงเป็นเจ้าพวกงี่เง่า 4 ตัวของกริฟฟินดอร์  แม้จะไม่ได้ยินเสียง...แต่ผมก็รู้ล่ะว่า เสียงหัวเราะของลิลลี่สดใสแค่ไหน ผมเคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน แต่นอกจากนี้คงจะไม่มีอีกต่อไปสำหรับคนอย่างผม เธอจากผมไปไกลเหลือเกิน...

    " เซเวอร์รัส "

    " มีอะไร...ไนส์ " เมื่อผมหันไปก็พบกับเด็กหนุ่มร่างสูง เรือนผมสีน้ำตาลเข้มจัด ดวงตาสีเหลืองทอง กำลังยืนยิ้มร่าอยู่ด้านหลังผม

    " ช่วยถือมั้ย? "

    " ไม่จำเป็น มีธุระอะไร " ผมผละจากหน้าต่าง กระชับข้าวของในมือให้แน่น อีกฝ่ายยื่นมือเข้าช่วยหิ้ว

    " เปล่า เห็นนายเหม่อ กลัวของหล่นเลยจะมาช่วย " ผมเลิกคิ้ว

    " เหม่อ...ฉันเนี่ยนะ.... "

    " ช่าย เอ้า! ส่งของมาจะช่วยถือ " ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไร มือของไนส์ก็คว้าเอาห่อกระดาษม้วน กับรายงานไปถือ หลิ่วตาให้ผมอย่างน่าหมั่นไส้ ผมแค่ส่ง เสียงรำคาญเล็กๆในคอ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

    " เซเวอร์รัส " ไนส์เรียกผมเบาๆ ขณะนี้เรากำลังเดินอยู่กลางระเบียงร้างไร้ผู้คน แน่ละใกล้คริสต์มาสแบบนี้เด็กอยู่โรงเรียนน้อยจะตายไป และผมก็ไม่อยาก กลับไปที่บ้านด้วย แม้จะอยากเจอแม่แค่ไหน แต่ผมก็ส่งจดหมายไปหาแม่แทนแล้วว่า ผมมีงานมากมายเกินกว่าจะหอบกลับไปได้

    " อะไร? "

    " นายมีความรักมั้ย? " ผมหันขวับทันที นึกว่าหมอนี่จะรู้ว่าผมคิดยังไงกับลิลลี่ แต่พอเห็นหน้าเอาจริงเอาจังแบบแปลกๆของเจ้าหมอนี่แล้วก็ถึงได้รู้ ถามเอาจริงๆ จะยังไงก็แล้วแต่ มันเป็นคำถามที่ทำเอาผมแทบสะอึกน่าดู เลยต้องกลั้นใจถามกลับไป

    " ทำไม "

    " ฉันแอบชอบสาวอยู่คนหนึ่ง...แต่ฉันไม่รู้จะบอกเขายังไง เดี๋ยวนี้นะจะหลับจะนอนก็คิดถึงแต่เธอ " เขาว่าแบบนั้น พลางทำหน้าเหม่อๆ คนมีความรักนี่ชอบ เหม่อลอยกันหรือไงนะ....ผมว่าตัวเองอยู่รึเปล่าเนี่ย

    " ก็พูดไปตรงๆ " ไนส์ทำหน้างงๆ

    " แค่นั้นเหรอ "

    " ใช่ มีอะไรก็พูดไปตรงๆ ใช้ความจริงใจของนายบอกกับเธอไปตรงๆ จะโดนปฎิเสธก็ช่าง คิดเสียว่าได้บอกไปแล้ว ใครจะไปรู้ เกิดเธอก็ชอบนายอยู่ล่ะ ลองเสี่ยงโชคสักครั้งก็ไม่เสียหายนิ " ผมพูดเรียบๆ พยายามประคองหนังสือในอยู่ในมือมากที่สุดก่อนมันจะร่วงลงกับพื้นตอนที่ผมเดินขึ้นบันได ไนส์นิ่งไปชั่ว ครู่ดูเหมือนว่าเค้าพยายามคิดทบทวนในสิ่งที่ผมแนะนำเขา

    " ดีเหมือนกันนะ ฉันจะลองทำดู " หนุ่มผมน้ำตาลทองพูดออกมาในที่สุด ท่าทางดูมั่นอกมั่นใจขึ้นเยอะ

    " ขอให้นายโชคดี " ผมอวยพรแบบที่ดูแล้วเขาคงคิดว่าผมอวยพรไปส่งๆ แต่ไนส์ เจ้าเด็กกริฟินดอร์บ้าๆบอๆรู้แน่ล่ะว่าผมพูดจริง  เขาหันมาส่งหน้าเปื้อนรอยยิ้มให้ผม

    " ขอบใจ เซเวอร์รัส ในบรรดาสลิธีลิน นายคบได้ที่สุดเลย "

    " เหรอ " ผมนิ่งอึ้งไปพัก

    " อืมๆ เอาละ ถึงห้องอาจารย์แล้ว นี่ของ " หนังสือตั้งหนึ่งถูกส่งคืนที่เดิมของมัน ไนส์ยืดตัวแก้เมื่อย

    " ขอบใจมากนะ ไนส์ " ผมพูดเบาๆ ยากนะถ้าผมจะขอบคุณใครสักคน

    " ไม่เป็นไรๆ แลกกับคำแนะนำที่นายบอกแล้ว เจ๋งมากเลย นายนะต้องมีโชคด้านความรักแน่ๆ นายออกจะมีคติลึกซึ้งออกแบบนี้ ถ้านายมีแฟนแล้ว แนะนำให้ฉันรู้จักบ้างล่ะ "

    " ได้ แต่นายต้องจีบเธอคนนั้นของนายให้ได้ก่อนนะ " ผมว่า เจ้าหัวน้ำตาลทองยิ้มร่า หัวเราะชอบใจ ตบบ่าผมสองสามที

    " แน่นอน เพื่อน เอาล่ะ ฉันไปก่อนนะ ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำ ไปล่ะ " ไม่ทันไรคนที่ผมเพิ่งให้คำแนะนำไปก็วิ่งลับหายไปจากสายตา แต่ผมออกจะมั่น ใจนะว่าผมได้ยินเสียงคล้ายๆคนลื่นล้มตรงมุมบันไดหัวโค้ง พร้อมๆกับที่ผมเห็นกลุ่มนักเรียนหญิงบ้านเรเวนคลอเดินไปกลุ่มหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดคนผมสีบลอนด์ เข้มคนนั้นเป็นดาวของเรเวนคลอ และผมว่าผมแอบเห็นเจ้าไนส์มองผู้หญิงคนนี้บ่อยๆ เพราะงั้นเสียงลื่นบันไดนั่นผมรู้แล้วว่าใคร และเพราะอะไร

    " เจ้าคนติ๊งต๊อง...แค่เจอผู้หญิงที่ชอบถึงกับลื่นล้ม จะตายเสียก่อนได้บอกความในใจหรอก "

    ...ปากก็พูดไปแบบนั้น....

    ....ถามจริงๆเถิดว่า....ถึงไม่เป็นแบบนั้น....

    ...จนกว่าผมจะตาย....

    ...ความในใจของผม...จะไปถึงลิลลี่รึเปล่านะ...

    " เสนป ช่วยเอามันวางไว้ที่โต๊ะครูด้วย " เสียงอาจารย์ประจำวิชาดาราศาสตร์ดังขึ้นเรียกสติผม  ผมพยักหน้า ก่อนจะเดินไปวางตั้งหนังสือลงบนโต๊ะ หิมะสีขาว โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ยอดสนขาวโพลน อากาศเย็นจับใจ แต่ทำไมผมยังรู้สึกเหมือน เสียงหัวเราะใสๆของเด็กหญิงผมแดงคนหนึ่ง ยังก้องตลอดเวลา ทั้งๆที่ตอนนี้ไม่ใช่หน้าร้อน และเธอก็ไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับผมอีกแล้ว

    ...ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามครรลองของมัน....

    ...เด็กโตเป็นผู้ใหญ่....

    ...ความสนุกสนานกลายเป็นความรับผิดชอบ...

    ...แค่ทว่าความรู้สึกว่ารัก...ของผม....ไม่เคยเปลี่ยนไป....

    ..............................................
    ....................
    ..................
    ................
    ..............
    .............
    .........
    ........
    .......
    ......
    ....
    ....
    ...
    ..
    .

    บางครั้ง...ผมก็รู้สึกว่า...ผมเห็นแก่ตัว

    แต่กว่าที่ผมจะรู้...

    ร่างบอบบางของเธอก็ล้มลงกับพื้น

    พร้อมๆกับที่ลมหายใจของลิลลี่หมดลงไป

    เธอจากผมไปตลอดกาล

    และคนที่ยืนหยัดเคียงข้างเธอจนวินาทีสุดท้าย

    คือ เจมส์ พอตเตอร์

    ไม่ใช่เซเวอร์รัส เสนป

    ..............................................
    ....................
    ..................
    ................
    ..............
    .............
    .........
    ........
    .......
    ......
    ....
    ....
    ...
    ..
    .

    ดอกไม้สีขาวสะอาด ส่งกลิ่นหอมออกมาอบอวลไปทั่ว ผมยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านหลังหนึง...ทั้งๆที่มันก็ผ่านไปกว่า 3 ปีแล้วนับแต่ที่ลิลลี่ตายไป เพราะคนที่รู้ว่าใคร ตายเพราะปกป้องลูกของเธอ ปกป้องจนตัวตาย ลิลลี่เป็นคนแบบนี้เสมอ เธอมีความกล้ามากกว่าพ่อมดหลายที่ยอมเป็นเหยื่อของความหวาด

    กลัวในการที่จะจบชีวิตลง และยอมสวามิภักดิ์แก่จอมมาร พียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ ตรามารที่แขนของผมก็ร้อนผ่าว ไม่ต่างกับที่ตาเลยสักนิด ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ผมคิด ถึงลิลลี่ น้ำตาไม่เคยที่จะไม่ไหลลงมา แม้จะพยายามสักเท่าไหร่ ลิลลี่มีความหมายกับผมมากเกินไป

    " ลิลลี่ ดอกไม้สำหรับเธอนะ เธอชอบไม่ใช่เหรอ ดอกลิลลี่สีขาวแบบนี้ สวยเหมือนเธอเลย " ดอกลิลลี่สีขาวถูกวางลงกับพื้นดินเย็นเฉียบ หิมะตกลงมาอีกแล้ว ตั้งแต่ลิลลี่เดินไปจากชีวิตผม ผมแทบไม่เคยจะสัมผัสถึงความอบอุ่นของแสงตะวัน หิมะอันเย็นเยียบต่างหากที่เข้ามาแทนที่  เหมือนที่กลับไปสมัยนั้น... ลม หนาวพัดอื้ออึง หวีดหวิว เหมือนเสียงร้องของสัตว์ร้าย ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีทั้งแสงจันทร์และแสงดารา ผมยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดนานเท่าไหร่ไม่รู้ จน กระทั่งมีเสียงแหบห้าวดังขึ้นเบื้องหลัง

    " เซเวอร์รัส " ร่างสูงโปร่งในชุดสีม่วงดอกไวโอเล็ตแสบตายืนอยู่ข้างหลังผม พร้อมกับช่อดอกไม้สีขาวเช่นกัน เครายาวสีเงินมาถึงเอว เหมือนเส้นผม หมวก พ่อมดทรงสูงเข้ากันกับชุด และแว่นตารูปจันทร์ครึ่งเสี้ยว

    " ศาสตราจารย์ ดับเบิ้ลดอร์ " ผมเรียกชื่อเขาเบาๆ

    " เธอก็มาเหมือนกันเหรอ "

    " ผมมาของผมทุกปี คุณก็น่าจะรู้นี่ " ผมตอบเรียบๆ กอดอกยืนนิ่งดูท่าทีอีกฝ่าย

    " นั่นสินะ ฉันน่าจะรู้ เฮ้อ...อากาศร้อนๆแบบนี้ ฉันว่าน่าจะมีเชอร์เบ็ทรสมะนาวสักแท่งนะ ว่าไหม " สมเป็นดับเบิ้ลดอร์...เรื่งขนมหวานนี่ไม่มีใครเกิน ร้อนเรอะ?...หิมะจะตกอยู่ร่อมร่อแล้วเนี่ยนะ พูดมาได้ เฮ็อ...ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ผมกลายเป็นคนจุกจิกเรื่องมาก หงุดหงิดง่ายแบบนี้

    " ไม่รู้สิ ผมไม่ค่อยจะรู้ร้อนรู้หนาวอะไรเท่าไหร่ " ดับเบิ้ลดอร์เลิกคิ้ว

    " จริงรึ นับว่าน่าเสียดายถ้าเธอจะไม่รู้จักรสชาติความอร่อยของมันนะ " ผมถอนหายใจ

    " ผมไม่มีเวลาจะคิดอะไรแบบนั้นหรอก "

    " เธอยังไม่ลืมลิลลี่อีกรึ " คำถามนี้ทำเอาผมเกือบสะดุ้ง แต่ก็พอเก็บอาการได้อยู่

    " ยังไม่ลืม และจะไม่มีวันลืม จนกว่าผมจะตายผมก็ยังคงลืมเธอไม่ได้ "

    " อืมๆ มั่นคงดีนะเซเวอร์รัส ลิลลี่คงดีใจถ้าได้ยิน " เขาว่าพลางยิ้ม วางดอกไม้สีขาวช่อใหญ่ให้ตรงที่เดียวกับผม แต่ผมรู้ว่าที่ช่อมันใหญ่ก็เพราะเขาวางเพื่อไอ้ แว่นงี่เง่านั่นด้วย แต่ช่อของผมมีไว้สำหรับลิลลี่คนเดียว ผมแค่นยิ้ม ลิลลี่รักไอ้บ้านั่นไปได้ยังไงนะ

    " แต่เธอไม่ได้ยินอะไรแล้ว ไม่เลยสักนิด คุณน่าจะรู้ " ดับเบิ้ลดอร์ถอนใจเบาๆ

    " เฮ้อ...ชีวิตคนเรายืนยาวมากนะ เธอก็อายุมากพอจะมีครอบครัวแล้ว ไม่คิดจะหาใครบ้างรึ "

    " สถาณภาพของผมคงยากนะ อัลบัส...ช่างเถอะ อยู่คนเดียวไปจนตายนะดีแล้ว " ดวงตาผมเสมองไปที่ท้องฟ้าทั้งๆที่ไม่มีอะไรน่าดูเลยสักนิด เป็นแค่พืนสีดำกว้างใหญ่

    " ไม่ดีหรอก หากว่าเธอจะอยู่ไปจนตายโดยไม่มีใครเคียงข้างน่ะ " คราวนี้ผมเป็นฝ่ายเลิกคิ้ว

    " แม่ผมก็เสียไปตั้งแต่ผมจบจากฮอกวอตส์ใหม่ๆ พ่อก็คงตายแล้วมั้ง ผมไม่รู้ข่าวเลย ลิลลี่ก็ไม่อยู่ พวกคนอื่นๆก็.... " ผมหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งต้นพูดพูดถึงแม่กับลิลลี่ทีไร...มันต้องเหมือนมีอะไรมาจุกคอผมทุกที

    " ผมว่ายากนะ ถ้าจะหาใครมาชอบผม ผมไม่ได้รวยแบบไอ้....เจ้าพอตเตอร์ ไม่ได้มีเสน่ห์แบบเจ้าแบล็ค...เหอะ คนอย่างมันสมควรแล้วที่จะอยู่ในคุกนั่น "

    " เซเวอร์รัส เธอจะลดฑิฐิลงบ้างก็ได้นะ ไม่มีใครว่า ลดลงบ้างเถอะ " พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเหมือนเตือน แต่ผมที่ทิฐิเยอะออกแบบนี้ไม่มีทางเสียล่ะ

    " ผมว่าผมควรจะกลับได้แล้ว ผมต้องไปเตรียมตารางเรียน "

    " ตามสบาย " ผมโค้งนิดนึง ก่อนจะเดินเร็วๆจากไปไกลจากอาจารย์ใหญ่ บางทีผมก็เกลียดดวงตาของเขา มันดูราวกับว่าเค้าจะอ่านใจผมออกเสมอ ผมไม่ชอบ ไม่ชอบเอาเสียเลย ความรู้สึกของผมที่มีต่อลิลลี่ ผมไม่ต้องการให้ใครมายุ่มย่าม ไม่ว่าใครทั้งนั้น....

    หิมะตก...ตกทุกครั้ง ที่คิดถึงเธอ

    แสงดาวเลือนหาย มีเพียงเมฆสีดำ ทุกครั้งที่นึกถึงเธอ...

    ตอนนี้เราอยู่ห่างกันเหลือเกิน...

    " ลิลลี่...ครูคิดว่าเธอคงจะให้อภัยเซเวอร์รัสได้นะ แต่ว่าถ้าเธอให้อภัยเขาแล้ว เขาไม่ให้อภัยตัวเอง คงจะยากหน่อยถ้าเขาจะเลือกเส้นทางเดินใหม่ "  ผู้สูงวัย เอ่ยเบาๆ พลางมองตามหลังร่างสูงโปร่งในชุดคลุมดำสนิท...ตั้งแต่ลิลลี่ตาย สีดำคือสีประจำกายของชายหนุ่ม ก่อนหน้านั้นยังมีบ้างที่จะใส่สีอื่น เช่นสีเขียวเข้ม หรือน้ำเงินจัดๆ แต่นับจากเกิดเหตุการณ์วันนั้น ศาสตราจารย์ปรุงยาของฮอกวอตส์ไม่เคยที่จะใส่สีอื่นเลย เหมือนว่าเขาจะไว้ทุกข์ให้คนที่เขารักที่สุดเสมอ

    "  คนเราถ้าไม่ให้อภัยตัวเอง...ก็ยากเหลือเกินที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป "

    ..............................................
    ....................
    ..................
    ................
    ..............
    .............
    .........
    ........
    .......
    ......
    ....
    ....
    ...
    ..
    .

    ลิลลี่...ฉันช่วยลูกชายของเธอได้แล้วนะ...

    ฉันไม่รู้ว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้เธอหายโกรธฉันได้หรือเปล่า...

    แต่ขอร้องอย่างหนึ่งได้ไหม?

    ฉันรู้ดีว่าฉันไม่มีค่าพอจะไปขอโทษเธออีกครั้ง...

    แต่ถ้าฉันได้เจอเธออีกครั้ง ได้ขอโทษเธอ...

    เพียงพอแล้วล่ะ...

    ต่อให้ฉันตกนรก...ฉันก็ยินดีนะ...ขอแค่ได้ขอโทษเธอ

    เธอจะอภัยหรือไม่ ไม่สำคัญ...

    ขอแค่นั้นจริงๆ...

    ..............................................
    ....................
    ..................
    ................
    ..............
    .............
    .........
    ........
    .......
    ......
    ....
    ....
    ...
    ..
    .

    " คุณพ่อ " เสียงเล็กของเด็กชายคนหนึ่ง เรียกชายหนุ่มผมยุ่งๆ ที่กำลังยืนนิ่งให้หันมาจากหน้าหลุมศพสีเทา ดวงตาสีมรกตมองลูกชายคนรองอย่างเอ็นดู

    " มีอะไรเหรอ อัลบัส "

    " นี่หลุมศพของใครเหรอ ครับ " เจ้าของชื่อ  ่ อัลบัส  ่ ถามทันควัน

    " ของ...อืม...เพื่อนของคุณย่าน่ะลูก....เป็นอาจารย์ของพ่อด้วยนะ " เขาว่า ก่อนจะวางดอกลิลลี่สีขาวลงไปที่หน้าหลุมศพ สายลมพัดเอื่อยๆ กลิ่นหญ้าชื้นน้ำ อบอวลไปทั่วแสงอาทิตย์กำลังส่องสว่างเต็มที่ นำทางผู้คน คืนวันผ่านไป ตามกาลเวลาของมัน

    " อ๋อ!...แล้วทำไมพ่อถึงเอาดอกลิลลี่มาวางไว้ล่ะ ปกติพ่อจะวางไว้แต่ที่หลุมศพคุณปู่กับคุณย่าไม่ใช่เหรอ " เจ้าตัวเล็กยังถามไม่หยุด จนคนเป็นพ่ออดหัวเราะไม่ ได้ เอามืดขยี้หัวลูกชายอย่างหมั่นไส้เล็กๆ

    " ช่างซักช่างถามจริงนะเรานะ ไม่รู้เหมือนใคร "

    " เหมือนพ่อไง " อัลบัสว่าทันที

    " แน่ะ ย้อนพ่ออีก...ไปเลย...แม่เขาเรียกแล้วแน่ะ " เค้าชี้ไปที่สาวผมแดงที่กำลังอุ้มลูกสาวคนเล็ก ตะโกนเรียกเจ้าตัวดีอยู่ไวๆ

    " แฮร์รี่คะ บอกอัลบัสให้มาทางมื้อเที่ยงด้วย " อีกฝ่ายพยักหน้ารับ

    " รู้แล้ว จินนี่ เอ้า อัลบัส ไปทางมื้อเที่ยวเร็ว "

    " พ่อยังไม่ตอบคำถามผมเลย "

    " อืม...ก็ได้...เพราะว่าอาจารย์ของพ่อน่ะ...ชอบลิลลี่ไง "

    " ชอบลิลลี่ ชอบคุณย่านะเหรอ " แฮร์รี่นิ่งอึ้งในคำพูดซื่อๆของลูกชาย พลางเหล่ไปที่หลุมพ กลัวเหลือเกินว่าคนที่เป็นเจ้าของเขาจะหงุดหงิดลุกขึ้นมาเสกคาถา ใส่ลูกชายเค้า วางใจไม่ได้หรอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกพ่อมด

    " โอย...เรานี่...ไปทานมือเที่ยงไป๊ " เค้าว่าพลางดันหลังลูกชายไปหาภรรยา แต่เจ้าตัวเล็กยังคงโวยวายไม่เลิกที่พ่อตอบคำถามกำกวมไปมา แฮร์รี่หัวเราะงอหาย ที่ถึงจะอาละวาดไม่เลิกแต่พอแม่ยื่นพายไก่ให้ อัลบัสก็คว้าหมับนั่งกินอย่างมีความสุข ลืมเรื่องเมื้อกี้จนหมด ชายหนุ่มผมยุ่งๆกับดวงตาสีมรกตมองไปที่หลุม ศพอีกครั้ง พลางพูดในใจ พูดบางอย่างที่มีความหมายมากเหลือเกิน

    ...อาจารย์ครับ...ผมว่าลูกผมคงพูดไม่ผิดหรอกใช่มั้ย...

    ...ผมอยากให้อาจารย์รู้ไว้อย่างหนึ่ง...

    ...ในอัลบั้มรูปตอนที่แม่ผมยังเด็ก...

    ...รูปที่อาจารย์ถ่ายคู่กับแม่ ...

    ...แม่เก็บไว้เสมอ...

    ...แม่ไม่เคยโกรธอาจารย์หรอก...

    ....อาจารย์เป็นผู้มีพระคุณกับผม...

    ...อาจารย์เชื่อผมเถอะ แม่ไม่ได้โกรธอาจารย์...

    ...เพราะงั้นอาจารย์ช่วยอภัยให้ตัวเองเถอะ...

    ...อย่างน้อยถ้าอาจารย์อภัยให้ตัวเอง...

    ...อาจารย์ก็จะมีความสุข...

    ....ผมไม่รู้หรอกนะ ว่าอาจารย์จะได้ยินผมไหม...

    ...แต่ผมรับรอง...อาจารย์เป็นคนสำคัญของแม่ไม่น้อยไปกว่าพ่อเลย...

    " แฮร์รี่ "

    " ไปแล้วจ้ะ จินนี่ คุณเอาน้ำฟักทองมาหรือเปล่า "

    .
    ..
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .

    ...เซฟ...ฉันไม่เคยโกรธเธอ...ได้โปรดเถอะ...

    ...อภัยให้กับตัวเองเถอะนะ...

    ...แม้ว่าจะห่างไกลกัน แต่ฉันเชื่อว่า...

    ...เธอได้ยินฉันใช่ไหม?...

    ....................
    ..................
    ...............
    .........

    ....ลิลลี่...ขอบคุณนะ...ที่อภัยให้ฉัน

    ...ขอบคุณจริงๆ...

    ...ถ้าเกิดโชคชะตาจะอำนวย...

    ...ฉันอยากเจอเธออีกครั้ง...

    ...ถ้าเจอกันเธอช่วยยิ้มให้ฉัน...

    ...เหมือนตอนที่เจอกับฉันครั้งแรกนะ...

    Would you know my name if I saw you in heaven?
    Would it be the same if I saw you in heaven?
    I must be strong and carry on
    'Cause I know I don't belong here in heaven

    Would you hold my hand if I saw you in heaven?
    Would you help me stand if I saw you in heaven?
    I'll find my way through night and day
    'Cause I know I just can't stay here in heaven

    Time can bring you down; time can bend your knees
    Time can break your heart, have you begging please, begging please

    Beyond the door there's peace I'm sure
    And I know there'll be no more tears in heaven

    Would you know my name if I saw you in heaven?
    Would it be the same if I saw you in heaven?
    I must be strong and carry on
    'Cause I know I don't belong here in heaven
    'Cause I know I don't belong, here in heaven 

    " Tears in Heaven " by Eric Capton

    **** F I N ****

    จบแล้ว ปั่นจบแล้ว โฮๆ คนเขียนปลาบปลื้ม ดองมานานจบซักที ภาระหน้าที่หมดแล้ว ฮือๆ ปั่นด้วยความเมาจริงๆตอนนี้ โฮๆ ปลื้มจบสักที ตรูเป็นไทแล้น (ยังๆ ยังเหลืออีกหลายคู่ให้จิ้นต่ออีก ) ส่วนเพลงเพิ่งไปฟังมา เห็นว่ามันโศกดีเลยเอามาใส่ อีริคร้องให้กับลูกชายที่ตายไป เลยเอามาใส่ มันจอบแล้วจริงๆโอ้ จอร์จ มันยอดมาก กรี๊ดกร๊าด ไปหาเรื่องอื่นแต่งมั่ง

    Special Thank
    - ป้าเจเค. สำหรับตัวละครมาให้ปู้ยี้ปู้ยำตามใจคนแต่ง
    - เพลงทั้งหลายทั้งแหล่ สำหรับบิวท์อารมณ์
    - ไฮเปอร์ที่ร่วมด้วยช่วยเข็น (ตอนนี้หนีไปยุโรปแล้วสิ ชิๆ ถ้ากลับมาไม่มีภูเขาที่มาเรียวิ่งใน The sound of music นะโกรธจริงๆด้วย)
    - ท่านนักอ่านทั้งหลาย ไม่ว่าจะอ่านแล้วเนมต์ ไม่เมนต์ ไม่แสดงตัว ก็ขอขอบคุณคร่า
    - ป๋า+หม่า ที่ซื้อฮะหลี เล่ม 7 ให้มานั่งจิ้นจนเกิดเป็นฟิคเรื่องนี้ ขอบคุณงับ

    ขอบคุณคร่า!!!!!!!!!!!!!!