Melanie's profile~House of Sirius Black ~PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
~House of Sirius Black ~
|
|||||
January 19 รวมภาพงานเปิดตัวตามที่ต่างๆของหนัง Sweeny Todd ผลงานใหม่ของ Johnny Deppรวมภาพงานเปิดตัวหนังเรื่อง Sweeney Todd ซึ่งเป็นผลงานเรื่องใหม่ของ ดาราชายมากความสามารถ Johnny Depp **พึงระวัง! โหลดโหดนะคะ** At London [ Credit : autumn whispers at pantip.com ] Sweeney Todd Slashes Way Into London
At Japan [ Credit : pnpn at Pantip.com ] Johnny Depp attends the Japanese premiere of Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street at Roppongi Hills Arena on Tuesday in Tokyo, Japan.
Johnny arriving at the new Tokyo International Airport on Tuesday in Narita, Chiba.
Actor Johnny Depp attends "Sweeney Todd" press conference at Grand Hyatt Tokyo on January 9, 2008 in Tokyo, Japan.
Director Tim Burton, actor Johnny Depp and producer, Richard D. Zanuck
At France [ Credit : autumn whispers at pantip.com ] Johnny Depp is a Paris Person
November 14 Sweeny Todd Part IIUpdate!!! เพิ่มภาพใหม่จากภาพยนตร์ แล้วก็ใบปิด พร้อมกับเว็บไซต์เพิ่มเติมค่ะ ข่าวร้าย - มีแววว่าหนังเรื่องนี้ อาจได้ฉายบ้านเราในต้นปี 51 ค่ะ T^T ใบปิดค่ะ ![]() รูปเพิ่มเติมนะคะ (กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ค่ะ) ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() Sweent Todd ยังมี My Space ด้วยนะคะ ----> http://www.myspace.com/sweeneytoddmovie ชมตัวอย่างแบบเน็ตช้า http://www.nangdee.com/trailers/SweeneyTodd.html ชมตัวอย่างแบบเน็ตเร็ว http://www.nangdee.com/trailers/SweeneyTodd2.html สำหรับอาเจ๊ Helena Bonham Carter นอกจากเธอจะรับบทเบลลาทริกซ์ ใน Harry Potter แล้ว เธอยังเคยพากษ์เสียงเป็น Emily ในเรื่อง เจ้าสาวศพสวยด้วย (Corpe Bride) ซึ่งเรื่องนั้น ป๋าเดปป์ของเรา (???) ก็พากษ์เสียงเป็นตัวพระเอกด้วยไงค่ะ จำได้ไหมเอ่ย? หนังเข้าบ้านเราช้ามากเลย ถ้าข่าวที่แว่วมาเป็นจริง แต่ถ้าพอมีความคืบหน้ายังไง จะมารายงานค่ะ \\^0^// October 14 Sweeney Todd หนังใหม่จอนห์นี่ เดปป์ค่ามาแล้วค่ะ มาแล้ว...หนังเรื่องใหม่ของดาราขวัญใจสาวๆ Johnny Depp นั่นเองค่ะ หลังจากที่หลายๆท่านเพิ่งได้ยลโฉมหน้าหล่อๆ เซอร์ๆ เพี้ยนสติแตกไปใน Pirates of The Caribbean : At World's End ไปเมื่อช่วงเกือบๆซัมเมอร์ที่ผ่านมา คริสต์มาสนี้ทุกท่านจะได้ยลโฉมป๋าเดปป์ของเราในลุคใหม่ที่สุดยอดมากๆค่ะ ซึ่งเรื่องนี้ก็คือ Sweeney Todd!
เรื่อง Sweeney Todd นี้ มีชื่อเต็มๆ ว่า "Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street" ดัดแปลงมาจากบทละครเพลงในชื่อเดียวกันของ "สตีเฟ่น ซอนด์ไฮม์" (Stephen Sondheim) เริ่มถ่ายทำมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2007 แต่ต้องหยุดชะงักไปเนื่องจากอาการป่วยของลูกสาว จอห์นนี่ เดปป์ ก่อนจะกลับมาถ่ายทำกันใหม่ช่วงปลายเดือนมีนาคม และมีกำหนดลงโรงเข้าฉายในบ้านเรา ต้นปี 2551 ที่จะถึงนี้ ตัวเรื่องอิงยุควิคตอเรียนค่ะ ป๋าของเรารับบทเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกใส่ความว่าเป็นฆาตกรจนต้องติดคุก ขณะที่ติดคุกเขาก็ได้รู้ว่าภรรยาถูกคนที่ร่วมกันใส่ความป๋าเดปป์ของเราข่มขืนและฆ่า อีกทั้งลูกสาวคนเดียวก็ต้องไปอยู่กับผู้ร้ายข่มขืนคนนั้น เมื่อพ้นโทษ เขาก็เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนโฉมเสียใหม่ เป็น สวีนนี ท็อด ประกอบอาชีพเป็นช่างตัดผม ดั่งสวรรค์แกล้งเมื่อคนที่พากันใส่ความเขาตอนนั้น กลับย้อนมาเป็นลูกค้าของร้านเขา สวีนนี จึงจัดการแก้แค้นโดยการฆ่าคนที่ใส่ความเขา และเอาศพไปให้คุณนายเลิฟเวต (Helena Bonham Carter) ที่อยู่ข้างบ้าน เพื่อนำไปทำเป็นพาย อันเป็นการทำลายหลักฐาน เรื่องนี้เป็นภาพยนต์เพลงค่ะ แน่นอนว่าเราจะได้ยินเสียงป๋าเดปป์ของเราร้องเพลงให้ฟังด้วย Sweeney Todd ยังได้ 3 นักแสดงจาก Harry Potter มาร่วมงานด้วย นั่นก็คือ Alan Rickman(ศ.เสนป) , Helena Bonham Carter(เบลลาทริกซ์) และ Timothy Spall (ปีเตอร์-หางหนอน) ลองไปชม trailer ได้ที่ Official Website ได้ที่นี้เลยค่ะ ----> http://www.sweeneytoddmovie.com/ รายชื่อนักแสดงค่ะ Johnny Depp ... Sweeney Todd Helena Bonham Carter ... Mrs. Lovett (เธอเป็นคู่หมั้นคุณทิม เบอร์ตันผู้กำกับด้วยล่ะค่า) Alan Rickman ... Judge Turpin Timothy Spall ... Beadle Bamford Sacha Baron Cohen ... Signor Adolfo Pirelli Jayne Wisener ... Johanna Jamie Campbell Bower ... Anthony Hope Laura Michelle Kelly ... Beggar Woman Ed Sanders ... Tobias Ragg Anthony Head ... Ballad Ghost Peter Bowles ... Ballad Ghost ผู้กำกับ - Tim Burtan (ผลงานที่ผ่านมา Edward Scissorhands,Corpse Bride,Nightmare Before Christmas และ Charile And The Chocolate Factory ) เข้าฉาย - This Christmas (แว่วๆว่า 27 ธันวาคม 2007 นะคะ) รูปใบปิดค่ะ(คลิกเพื่อดูรูปใหญ่นะคะ) ![]() รูปตัวอย่างจากในหนังค่ะ (คลิกเพื่อดูรูปใหญ่นะคะ) ![]() ![]() ไม่รู้จะว่างไปดูหรือเปล่า แต่คิดว่าเรื่องนี้น่าดูมากๆเลย เลยลองเอาข้อมูลเล็กๆน้อยๆ มาให้ลองอ่านกันดูค่ะ ทุกท่านมีความเห็นว่าไงกันค่ะ October 12 [Fiction Spoiler HP 7]In the Time...I Love You...03เนื้อหา Fiction เรื่องนี้ มีการกล่าวถึงฉากสำคัญต่างๆในเล่ม 7 ของ Harry Potter หากไม่ประสงค์จะรู้เนื้อเรื่องก่อน ปิดไปเลยค่ะ By : M_Black
ใบไม้ร่วงลงสู่พื้นดิน...เหมือนที่เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า นับแต่วันนั้น ผมไม่เข้าใจเลยว่า...การที่ผมร้องไห้ออกไปในอ้อมกอดของลิลลี่ มันทำให้เธอมีความ หมายต่อผมแค่ไหน การออกนอกบ้านไปเจอกับลิลลี่ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ผมสร้างรอยยิ้มที่หาได้ยากนัก สวนสาธารณะที่ผมเจอเธอเป็นสถานที่สำคัญของผม รวมทั้งนั้นอาจหมายความว่าเธอเป็นของสำคัญของผมด้วย... " เซฟ...เธอตื่นเต้นมั้ย " " เรื่องอะไรเหรอ " ผมถามเรียบๆ แทนที่จะตอบ ลิลลี่มุ่ยหน้า " ก็อีกไม่ถึงสัปดาห์ เราจะได้ไป....ฮอกวอตส์แล้วไง " ลิลลี่กระซิบบอกผม เธอจำเป็นต้องกระซิบเพราะไม่อยากให้พี่สาวเธอรู้ อ๋อ!...ผมเองก็เผลอพลั้งปากไป อีกว่าผมกับเธอเป็น คนในโลกนั้น เหมือนๆกันหลังจากวันที่ผมต้องไปนอนรักษาตัวที่บ้านเธอ ผมทำหน้าออกจะตะลึงอยู่บ้าง เพราะลืมไปเลยว่าอีกแค่ไม่ถึง สัปดาห์ผมกับลิลลี่จะได้ไปเรียนหนังสือในแบบของพวกเราแล้ว " อืม...ไม่เท่าไหร่หรอก...เธอล่ะ " เด็กหญิงผมแดงตรงหน้าผมทำหน้าเพ้อฝันเล็กน้อย ก่อนจะกระโดดลุกจากม้านั่งยาว หมุนตัว 1 ทีแล้วหันหน้าที่มีแต่รอยยิ้ม สดใสมาทางผม เรือนผมแดงสวัดไสวล้อแสงอาทิตย์ " ตื่นเต้นสิ! ตื่นเต้นมากด้วย...มันเป็นโลกที่น่าพิศวงมากเลยนะ เธอไม่ว่างั้นเหรอ " " ก็นะ...คงจะเป็นอย่างที่เธอว่า " " ที่นั้นจะเป็นอย่างไรนะ เซฟ เธอว่ามันจะเป็นอย่างไง " " อาจจะเป็น ปราสาทหลังทึมๆ มีหม้อยาใบโต แล้วก็แม่มดผมยาวรุงรังกำลังคนยาพิษมั้ง " " ฉันว่าเธอ ลอกในนิทานมาเลยนะ " ลิลลี่พูดยิ้มๆ ผมยิ้มตอบ " ก็ว่าคุ้นๆเหมือนกัน " เรามองหน้ากัน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา จนทูนีย์เดินมาถามว่าขำอะไรกัน เราก็เลยต่างกุเรื่องบอกเธอ แต่แน่ละว่าทูนีย์ไม่เชื่อ ในเมื่อลิลลี่บอกว่า " เรื่อง ที่เซฟสะดุดกองหนังสือหล่นจากบันไดเมื่อวาน แล้วกระเด็นไปชนเตาผิง เลอะขี้เถ้าเต็มตัวเลย " แต่ผมกลับบอกว่า " เรื่องที่ลิลลี่ โดนกระรอกในสวน กระโดดตะปปจมูกจนแดงพอๆกับผมของเธอ " แล้วเราทั้งสองก็มองหน้ากันอีกครั้ง พลางหัวเราะในเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างกุขึ้น มาทั้งนั้น ทูนีย์ทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็ไม่พูดอะไร (นับว่าโชคดี เพราะลิลลี่เล่าว่าทูนีย์โกรธมากที่เธอไม่ใช่แม่มดน่ะ) หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้พูดถึงกองหนังสือ กระรอก หรือฮอกวอตส์อีก เราสามคนเอาแต่เล่นกันตลอดเวลา เหนื่อยก็หยุดพักกินไอศครีม (แน่ล่ะ ผมคงปล่อยให้ลิลลี่เลี้ยงผมไปตลอดไม่ได้ ครั้งนี้ผมเลย ต้องควักเงินตัวเองจ่าย ก็ถือว่าโชคดีอีก เพราะนับจากเหตุการณ์วันนั้น พ่อผมไม่ค่อยมาวอแวที่บ้านเท่าไหร่ แม่ก็ไม่ต้องเสียงเงินไปกับค่าเหล้าพ่อมากนัก ผม จึงพอมีเงินในการซื้ออะไรเล็กๆน้อยๆ บ้าง ) กว่าจะสัปดาห์ที่เราต้องไปเรียน เราเอาแต่เล่นกันทั้งวันทั้งคืน เนื้อตัวมอมแมม เราเล่นกันจนแทบจะไม่รู้ว่าจะ เล่นอะไรอีก นั้นเหมือนสัญญาณอำลาอันรางเลือนว่า ช่วงเวลาแห่งความสุข ของเราสามคน กำลังจะหมดไป วัยเด็กกำลังจะอำลา และบางสิ่งจะมาแทนที่ บางสิ่งที่ผมไม่เคยนึกเลยว่า... ....................... ถัดจากฤดูใบไม้ร่วง...หิมะก็เริ่มจะโปรยปรายลงมา เพียงแต่ นี่เป็นฤดูหนาวครั้งที่ 6 นับแต่ผมเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ ภายในเวลาแค่ไม่นานนัก ทุกสิ่งทุกอย่างใน ชีวิตผมเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน...แต่ในหลายๆอย่างที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา มีเพียงสิ่งเดียวสำหรับผมที่ไม่เคยเปลี่ยนไป.... ดวงอาทิตย์ของผม... ความสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนของผมกับลิลลี่จบไปตั้งแต่เมื่อตอนปี 4 ซึ่งทั้งหมดเป็นความผิดของผม... แม้ปากของผมจะโทษว่าเป็นความผิดของไอ้งี่เง่าพอ ตเตอร์นั่น แต่ลึกๆในใจผมรู้ดีเสมอมา ว่าคนที่ผิดคือผมเอง ผมที่ใช้ความเย่อหยิ่งในสายเลือดพูดจาร้ายกาจใส่เธอ และขี้ขลาดจนไม่กล้าแม้แต่จะบอกความจริง ถึงความรู้สึกที่ผมมีต่อลิลลี่ ไม่กล้าที่จะยอมรับความจริงว่าลิลลี่ไม่เคยมองผมมากไปกว่าคำว่า ' เพื่อน ' ท่ามกลางหิมะขาวสะอาดตา เรือนผมสีแดงโดดเด่นจนเรียกให้ผมต้องหยุดยืนมองทั้งๆที่มีงานพะรุงพะรังเต็มแขนไปหมด ลิลลี่ไปชวนแฮกริดเล่นปาหิมะ พร้อมๆกับเพื่อนๆ กลุ่มกริฟฟินดอร์และเรเวนครอของเธอ และนอกจากนั้นก็คงเป็นเจ้าพวกงี่เง่า 4 ตัวของกริฟฟินดอร์ แม้จะไม่ได้ยินเสียง...แต่ผมก็รู้ล่ะว่า เสียงหัวเราะของลิลลี่สดใสแค่ไหน ผมเคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน แต่นอกจากนี้คงจะไม่มีอีกต่อไปสำหรับคนอย่างผม เธอจากผมไปไกลเหลือเกิน... " เซเวอร์รัส " " มีอะไร...ไนส์ " เมื่อผมหันไปก็พบกับเด็กหนุ่มร่างสูง เรือนผมสีน้ำตาลเข้มจัด ดวงตาสีเหลืองทอง กำลังยืนยิ้มร่าอยู่ด้านหลังผม " ช่วยถือมั้ย? " " ไม่จำเป็น มีธุระอะไร " ผมผละจากหน้าต่าง กระชับข้าวของในมือให้แน่น อีกฝ่ายยื่นมือเข้าช่วยหิ้ว " เปล่า เห็นนายเหม่อ กลัวของหล่นเลยจะมาช่วย " ผมเลิกคิ้ว " เหม่อ...ฉันเนี่ยนะ.... " " ช่าย เอ้า! ส่งของมาจะช่วยถือ " ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไร มือของไนส์ก็คว้าเอาห่อกระดาษม้วน กับรายงานไปถือ หลิ่วตาให้ผมอย่างน่าหมั่นไส้ ผมแค่ส่ง เสียงรำคาญเล็กๆในคอ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร " เซเวอร์รัส " ไนส์เรียกผมเบาๆ ขณะนี้เรากำลังเดินอยู่กลางระเบียงร้างไร้ผู้คน แน่ละใกล้คริสต์มาสแบบนี้เด็กอยู่โรงเรียนน้อยจะตายไป และผมก็ไม่อยาก กลับไปที่บ้านด้วย แม้จะอยากเจอแม่แค่ไหน แต่ผมก็ส่งจดหมายไปหาแม่แทนแล้วว่า ผมมีงานมากมายเกินกว่าจะหอบกลับไปได้ " อะไร? " " นายมีความรักมั้ย? " ผมหันขวับทันที นึกว่าหมอนี่จะรู้ว่าผมคิดยังไงกับลิลลี่ แต่พอเห็นหน้าเอาจริงเอาจังแบบแปลกๆของเจ้าหมอนี่แล้วก็ถึงได้รู้ ถามเอาจริงๆ จะยังไงก็แล้วแต่ มันเป็นคำถามที่ทำเอาผมแทบสะอึกน่าดู เลยต้องกลั้นใจถามกลับไป " ทำไม " " ฉันแอบชอบสาวอยู่คนหนึ่ง...แต่ฉันไม่รู้จะบอกเขายังไง เดี๋ยวนี้นะจะหลับจะนอนก็คิดถึงแต่เธอ " เขาว่าแบบนั้น พลางทำหน้าเหม่อๆ คนมีความรักนี่ชอบ เหม่อลอยกันหรือไงนะ....ผมว่าตัวเองอยู่รึเปล่าเนี่ย " ก็พูดไปตรงๆ " ไนส์ทำหน้างงๆ " แค่นั้นเหรอ " " ใช่ มีอะไรก็พูดไปตรงๆ ใช้ความจริงใจของนายบอกกับเธอไปตรงๆ จะโดนปฎิเสธก็ช่าง คิดเสียว่าได้บอกไปแล้ว ใครจะไปรู้ เกิดเธอก็ชอบนายอยู่ล่ะ ลองเสี่ยงโชคสักครั้งก็ไม่เสียหายนิ " ผมพูดเรียบๆ พยายามประคองหนังสือในอยู่ในมือมากที่สุดก่อนมันจะร่วงลงกับพื้นตอนที่ผมเดินขึ้นบันได ไนส์นิ่งไปชั่ว ครู่ดูเหมือนว่าเค้าพยายามคิดทบทวนในสิ่งที่ผมแนะนำเขา " ดีเหมือนกันนะ ฉันจะลองทำดู " หนุ่มผมน้ำตาลทองพูดออกมาในที่สุด ท่าทางดูมั่นอกมั่นใจขึ้นเยอะ " ขอให้นายโชคดี " ผมอวยพรแบบที่ดูแล้วเขาคงคิดว่าผมอวยพรไปส่งๆ แต่ไนส์ เจ้าเด็กกริฟินดอร์บ้าๆบอๆรู้แน่ล่ะว่าผมพูดจริง เขาหันมาส่งหน้าเปื้อนรอยยิ้มให้ผม " ขอบใจ เซเวอร์รัส ในบรรดาสลิธีลิน นายคบได้ที่สุดเลย " " เหรอ " ผมนิ่งอึ้งไปพัก " อืมๆ เอาละ ถึงห้องอาจารย์แล้ว นี่ของ " หนังสือตั้งหนึ่งถูกส่งคืนที่เดิมของมัน ไนส์ยืดตัวแก้เมื่อย " ขอบใจมากนะ ไนส์ " ผมพูดเบาๆ ยากนะถ้าผมจะขอบคุณใครสักคน " ไม่เป็นไรๆ แลกกับคำแนะนำที่นายบอกแล้ว เจ๋งมากเลย นายนะต้องมีโชคด้านความรักแน่ๆ นายออกจะมีคติลึกซึ้งออกแบบนี้ ถ้านายมีแฟนแล้ว แนะนำให้ฉันรู้จักบ้างล่ะ " " ได้ แต่นายต้องจีบเธอคนนั้นของนายให้ได้ก่อนนะ " ผมว่า เจ้าหัวน้ำตาลทองยิ้มร่า หัวเราะชอบใจ ตบบ่าผมสองสามที " แน่นอน เพื่อน เอาล่ะ ฉันไปก่อนนะ ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำ ไปล่ะ " ไม่ทันไรคนที่ผมเพิ่งให้คำแนะนำไปก็วิ่งลับหายไปจากสายตา แต่ผมออกจะมั่น ใจนะว่าผมได้ยินเสียงคล้ายๆคนลื่นล้มตรงมุมบันไดหัวโค้ง พร้อมๆกับที่ผมเห็นกลุ่มนักเรียนหญิงบ้านเรเวนคลอเดินไปกลุ่มหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดคนผมสีบลอนด์ เข้มคนนั้นเป็นดาวของเรเวนคลอ และผมว่าผมแอบเห็นเจ้าไนส์มองผู้หญิงคนนี้บ่อยๆ เพราะงั้นเสียงลื่นบันไดนั่นผมรู้แล้วว่าใคร และเพราะอะไร " เจ้าคนติ๊งต๊อง...แค่เจอผู้หญิงที่ชอบถึงกับลื่นล้ม จะตายเสียก่อนได้บอกความในใจหรอก " ...ปากก็พูดไปแบบนั้น.... ....ถามจริงๆเถิดว่า....ถึงไม่เป็นแบบนั้น.... ...จนกว่าผมจะตาย.... ...ความในใจของผม...จะไปถึงลิลลี่รึเปล่านะ... " เสนป ช่วยเอามันวางไว้ที่โต๊ะครูด้วย " เสียงอาจารย์ประจำวิชาดาราศาสตร์ดังขึ้นเรียกสติผม ผมพยักหน้า ก่อนจะเดินไปวางตั้งหนังสือลงบนโต๊ะ หิมะสีขาว โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ยอดสนขาวโพลน อากาศเย็นจับใจ แต่ทำไมผมยังรู้สึกเหมือน เสียงหัวเราะใสๆของเด็กหญิงผมแดงคนหนึ่ง ยังก้องตลอดเวลา ทั้งๆที่ตอนนี้ไม่ใช่หน้าร้อน และเธอก็ไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับผมอีกแล้ว ...ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามครรลองของมัน.... ...เด็กโตเป็นผู้ใหญ่.... ...ความสนุกสนานกลายเป็นความรับผิดชอบ... ...แค่ทว่าความรู้สึกว่ารัก...ของผม....ไม่เคยเปลี่ยนไป.... .............................................. บางครั้ง...ผมก็รู้สึกว่า...ผมเห็นแก่ตัว แต่กว่าที่ผมจะรู้... ร่างบอบบางของเธอก็ล้มลงกับพื้น พร้อมๆกับที่ลมหายใจของลิลลี่หมดลงไป เธอจากผมไปตลอดกาล และคนที่ยืนหยัดเคียงข้างเธอจนวินาทีสุดท้าย คือ เจมส์ พอตเตอร์ ไม่ใช่เซเวอร์รัส เสนป .............................................. ดอกไม้สีขาวสะอาด ส่งกลิ่นหอมออกมาอบอวลไปทั่ว ผมยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านหลังหนึง...ทั้งๆที่มันก็ผ่านไปกว่า 3 ปีแล้วนับแต่ที่ลิลลี่ตายไป เพราะคนที่รู้ว่าใคร ตายเพราะปกป้องลูกของเธอ ปกป้องจนตัวตาย ลิลลี่เป็นคนแบบนี้เสมอ เธอมีความกล้ามากกว่าพ่อมดหลายที่ยอมเป็นเหยื่อของความหวาด กลัวในการที่จะจบชีวิตลง และยอมสวามิภักดิ์แก่จอมมาร พียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ ตรามารที่แขนของผมก็ร้อนผ่าว ไม่ต่างกับที่ตาเลยสักนิด ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ผมคิด ถึงลิลลี่ น้ำตาไม่เคยที่จะไม่ไหลลงมา แม้จะพยายามสักเท่าไหร่ ลิลลี่มีความหมายกับผมมากเกินไป " ลิลลี่ ดอกไม้สำหรับเธอนะ เธอชอบไม่ใช่เหรอ ดอกลิลลี่สีขาวแบบนี้ สวยเหมือนเธอเลย " ดอกลิลลี่สีขาวถูกวางลงกับพื้นดินเย็นเฉียบ หิมะตกลงมาอีกแล้ว ตั้งแต่ลิลลี่เดินไปจากชีวิตผม ผมแทบไม่เคยจะสัมผัสถึงความอบอุ่นของแสงตะวัน หิมะอันเย็นเยียบต่างหากที่เข้ามาแทนที่ เหมือนที่กลับไปสมัยนั้น... ลม หนาวพัดอื้ออึง หวีดหวิว เหมือนเสียงร้องของสัตว์ร้าย ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีทั้งแสงจันทร์และแสงดารา ผมยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดนานเท่าไหร่ไม่รู้ จน กระทั่งมีเสียงแหบห้าวดังขึ้นเบื้องหลัง " เซเวอร์รัส " ร่างสูงโปร่งในชุดสีม่วงดอกไวโอเล็ตแสบตายืนอยู่ข้างหลังผม พร้อมกับช่อดอกไม้สีขาวเช่นกัน เครายาวสีเงินมาถึงเอว เหมือนเส้นผม หมวก พ่อมดทรงสูงเข้ากันกับชุด และแว่นตารูปจันทร์ครึ่งเสี้ยว " ศาสตราจารย์ ดับเบิ้ลดอร์ " ผมเรียกชื่อเขาเบาๆ " เธอก็มาเหมือนกันเหรอ " " ผมมาของผมทุกปี คุณก็น่าจะรู้นี่ " ผมตอบเรียบๆ กอดอกยืนนิ่งดูท่าทีอีกฝ่าย " นั่นสินะ ฉันน่าจะรู้ เฮ้อ...อากาศร้อนๆแบบนี้ ฉันว่าน่าจะมีเชอร์เบ็ทรสมะนาวสักแท่งนะ ว่าไหม " สมเป็นดับเบิ้ลดอร์...เรื่งขนมหวานนี่ไม่มีใครเกิน ร้อนเรอะ?...หิมะจะตกอยู่ร่อมร่อแล้วเนี่ยนะ พูดมาได้ เฮ็อ...ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ผมกลายเป็นคนจุกจิกเรื่องมาก หงุดหงิดง่ายแบบนี้ " ไม่รู้สิ ผมไม่ค่อยจะรู้ร้อนรู้หนาวอะไรเท่าไหร่ " ดับเบิ้ลดอร์เลิกคิ้ว " จริงรึ นับว่าน่าเสียดายถ้าเธอจะไม่รู้จักรสชาติความอร่อยของมันนะ " ผมถอนหายใจ " ผมไม่มีเวลาจะคิดอะไรแบบนั้นหรอก " " เธอยังไม่ลืมลิลลี่อีกรึ " คำถามนี้ทำเอาผมเกือบสะดุ้ง แต่ก็พอเก็บอาการได้อยู่ " ยังไม่ลืม และจะไม่มีวันลืม จนกว่าผมจะตายผมก็ยังคงลืมเธอไม่ได้ " " อืมๆ มั่นคงดีนะเซเวอร์รัส ลิลลี่คงดีใจถ้าได้ยิน " เขาว่าพลางยิ้ม วางดอกไม้สีขาวช่อใหญ่ให้ตรงที่เดียวกับผม แต่ผมรู้ว่าที่ช่อมันใหญ่ก็เพราะเขาวางเพื่อไอ้ แว่นงี่เง่านั่นด้วย แต่ช่อของผมมีไว้สำหรับลิลลี่คนเดียว ผมแค่นยิ้ม ลิลลี่รักไอ้บ้านั่นไปได้ยังไงนะ " แต่เธอไม่ได้ยินอะไรแล้ว ไม่เลยสักนิด คุณน่าจะรู้ " ดับเบิ้ลดอร์ถอนใจเบาๆ " เฮ้อ...ชีวิตคนเรายืนยาวมากนะ เธอก็อายุมากพอจะมีครอบครัวแล้ว ไม่คิดจะหาใครบ้างรึ " " สถาณภาพของผมคงยากนะ อัลบัส...ช่างเถอะ อยู่คนเดียวไปจนตายนะดีแล้ว " ดวงตาผมเสมองไปที่ท้องฟ้าทั้งๆที่ไม่มีอะไรน่าดูเลยสักนิด เป็นแค่พืนสีดำกว้างใหญ่ " ไม่ดีหรอก หากว่าเธอจะอยู่ไปจนตายโดยไม่มีใครเคียงข้างน่ะ " คราวนี้ผมเป็นฝ่ายเลิกคิ้ว " แม่ผมก็เสียไปตั้งแต่ผมจบจากฮอกวอตส์ใหม่ๆ พ่อก็คงตายแล้วมั้ง ผมไม่รู้ข่าวเลย ลิลลี่ก็ไม่อยู่ พวกคนอื่นๆก็.... " ผมหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งต้นพูดพูดถึงแม่กับลิลลี่ทีไร...มันต้องเหมือนมีอะไรมาจุกคอผมทุกที " ผมว่ายากนะ ถ้าจะหาใครมาชอบผม ผมไม่ได้รวยแบบไอ้....เจ้าพอตเตอร์ ไม่ได้มีเสน่ห์แบบเจ้าแบล็ค...เหอะ คนอย่างมันสมควรแล้วที่จะอยู่ในคุกนั่น " " เซเวอร์รัส เธอจะลดฑิฐิลงบ้างก็ได้นะ ไม่มีใครว่า ลดลงบ้างเถอะ " พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเหมือนเตือน แต่ผมที่ทิฐิเยอะออกแบบนี้ไม่มีทางเสียล่ะ " ผมว่าผมควรจะกลับได้แล้ว ผมต้องไปเตรียมตารางเรียน " " ตามสบาย " ผมโค้งนิดนึง ก่อนจะเดินเร็วๆจากไปไกลจากอาจารย์ใหญ่ บางทีผมก็เกลียดดวงตาของเขา มันดูราวกับว่าเค้าจะอ่านใจผมออกเสมอ ผมไม่ชอบ ไม่ชอบเอาเสียเลย ความรู้สึกของผมที่มีต่อลิลลี่ ผมไม่ต้องการให้ใครมายุ่มย่าม ไม่ว่าใครทั้งนั้น.... หิมะตก...ตกทุกครั้ง ที่คิดถึงเธอ แสงดาวเลือนหาย มีเพียงเมฆสีดำ ทุกครั้งที่นึกถึงเธอ... ตอนนี้เราอยู่ห่างกันเหลือเกิน... " ลิลลี่...ครูคิดว่าเธอคงจะให้อภัยเซเวอร์รัสได้นะ แต่ว่าถ้าเธอให้อภัยเขาแล้ว เขาไม่ให้อภัยตัวเอง คงจะยากหน่อยถ้าเขาจะเลือกเส้นทางเดินใหม่ " ผู้สูงวัย เอ่ยเบาๆ พลางมองตามหลังร่างสูงโปร่งในชุดคลุมดำสนิท...ตั้งแต่ลิลลี่ตาย สีดำคือสีประจำกายของชายหนุ่ม ก่อนหน้านั้นยังมีบ้างที่จะใส่สีอื่น เช่นสีเขียวเข้ม หรือน้ำเงินจัดๆ แต่นับจากเกิดเหตุการณ์วันนั้น ศาสตราจารย์ปรุงยาของฮอกวอตส์ไม่เคยที่จะใส่สีอื่นเลย เหมือนว่าเขาจะไว้ทุกข์ให้คนที่เขารักที่สุดเสมอ " คนเราถ้าไม่ให้อภัยตัวเอง...ก็ยากเหลือเกินที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป " .............................................. ลิลลี่...ฉันช่วยลูกชายของเธอได้แล้วนะ... ฉันไม่รู้ว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้เธอหายโกรธฉันได้หรือเปล่า... แต่ขอร้องอย่างหนึ่งได้ไหม? ฉันรู้ดีว่าฉันไม่มีค่าพอจะไปขอโทษเธออีกครั้ง... แต่ถ้าฉันได้เจอเธออีกครั้ง ได้ขอโทษเธอ... เพียงพอแล้วล่ะ... ต่อให้ฉันตกนรก...ฉันก็ยินดีนะ...ขอแค่ได้ขอโทษเธอ เธอจะอภัยหรือไม่ ไม่สำคัญ... ขอแค่นั้นจริงๆ... .............................................. " คุณพ่อ " เสียงเล็กของเด็กชายคนหนึ่ง เรียกชายหนุ่มผมยุ่งๆ ที่กำลังยืนนิ่งให้หันมาจากหน้าหลุมศพสีเทา ดวงตาสีมรกตมองลูกชายคนรองอย่างเอ็นดู " มีอะไรเหรอ อัลบัส " " นี่หลุมศพของใครเหรอ ครับ " เจ้าของชื่อ ่ อัลบัส ่ ถามทันควัน " ของ...อืม...เพื่อนของคุณย่าน่ะลูก....เป็นอาจารย์ของพ่อด้วยนะ " เขาว่า ก่อนจะวางดอกลิลลี่สีขาวลงไปที่หน้าหลุมศพ สายลมพัดเอื่อยๆ กลิ่นหญ้าชื้นน้ำ อบอวลไปทั่วแสงอาทิตย์กำลังส่องสว่างเต็มที่ นำทางผู้คน คืนวันผ่านไป ตามกาลเวลาของมัน " อ๋อ!...แล้วทำไมพ่อถึงเอาดอกลิลลี่มาวางไว้ล่ะ ปกติพ่อจะวางไว้แต่ที่หลุมศพคุณปู่กับคุณย่าไม่ใช่เหรอ " เจ้าตัวเล็กยังถามไม่หยุด จนคนเป็นพ่ออดหัวเราะไม่ ได้ เอามืดขยี้หัวลูกชายอย่างหมั่นไส้เล็กๆ " ช่างซักช่างถามจริงนะเรานะ ไม่รู้เหมือนใคร " " เหมือนพ่อไง " อัลบัสว่าทันที " แน่ะ ย้อนพ่ออีก...ไปเลย...แม่เขาเรียกแล้วแน่ะ " เค้าชี้ไปที่สาวผมแดงที่กำลังอุ้มลูกสาวคนเล็ก ตะโกนเรียกเจ้าตัวดีอยู่ไวๆ " แฮร์รี่คะ บอกอัลบัสให้มาทางมื้อเที่ยงด้วย " อีกฝ่ายพยักหน้ารับ " รู้แล้ว จินนี่ เอ้า อัลบัส ไปทางมื้อเที่ยวเร็ว " " พ่อยังไม่ตอบคำถามผมเลย " " อืม...ก็ได้...เพราะว่าอาจารย์ของพ่อน่ะ...ชอบลิลลี่ไง " " ชอบลิลลี่ ชอบคุณย่านะเหรอ " แฮร์รี่นิ่งอึ้งในคำพูดซื่อๆของลูกชาย พลางเหล่ไปที่หลุมพ กลัวเหลือเกินว่าคนที่เป็นเจ้าของเขาจะหงุดหงิดลุกขึ้นมาเสกคาถา ใส่ลูกชายเค้า วางใจไม่ได้หรอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกพ่อมด " โอย...เรานี่...ไปทานมือเที่ยงไป๊ " เค้าว่าพลางดันหลังลูกชายไปหาภรรยา แต่เจ้าตัวเล็กยังคงโวยวายไม่เลิกที่พ่อตอบคำถามกำกวมไปมา แฮร์รี่หัวเราะงอหาย ที่ถึงจะอาละวาดไม่เลิกแต่พอแม่ยื่นพายไก่ให้ อัลบัสก็คว้าหมับนั่งกินอย่างมีความสุข ลืมเรื่องเมื้อกี้จนหมด ชายหนุ่มผมยุ่งๆกับดวงตาสีมรกตมองไปที่หลุม ศพอีกครั้ง พลางพูดในใจ พูดบางอย่างที่มีความหมายมากเหลือเกิน ...อาจารย์ครับ...ผมว่าลูกผมคงพูดไม่ผิดหรอกใช่มั้ย... ...ผมอยากให้อาจารย์รู้ไว้อย่างหนึ่ง... ...ในอัลบั้มรูปตอนที่แม่ผมยังเด็ก... ...รูปที่อาจารย์ถ่ายคู่กับแม่ ... ...แม่เก็บไว้เสมอ... ...แม่ไม่เคยโกรธอาจารย์หรอก... ....อาจารย์เป็นผู้มีพระคุณกับผม... ...อาจารย์เชื่อผมเถอะ แม่ไม่ได้โกรธอาจารย์... ...เพราะงั้นอาจารย์ช่วยอภัยให้ตัวเองเถอะ... ...อย่างน้อยถ้าอาจารย์อภัยให้ตัวเอง... ...อาจารย์ก็จะมีความสุข... ....ผมไม่รู้หรอกนะ ว่าอาจารย์จะได้ยินผมไหม... ...แต่ผมรับรอง...อาจารย์เป็นคนสำคัญของแม่ไม่น้อยไปกว่าพ่อเลย... " แฮร์รี่ " " ไปแล้วจ้ะ จินนี่ คุณเอาน้ำฟักทองมาหรือเปล่า " . ...เซฟ...ฉันไม่เคยโกรธเธอ...ได้โปรดเถอะ... ...อภัยให้กับตัวเองเถอะนะ... ...แม้ว่าจะห่างไกลกัน แต่ฉันเชื่อว่า... ...เธอได้ยินฉันใช่ไหม?... .................... ....ลิลลี่...ขอบคุณนะ...ที่อภัยให้ฉัน ...ขอบคุณจริงๆ... ...ถ้าเกิดโชคชะตาจะอำนวย... ...ฉันอยากเจอเธออีกครั้ง... ...ถ้าเจอกันเธอช่วยยิ้มให้ฉัน... ...เหมือนตอนที่เจอกับฉันครั้งแรกนะ...
Would you know my name if I saw you in heaven? Would you hold my hand if I saw you in heaven? Time can bring you down; time can bend your knees Beyond the door there's peace I'm sure Would you know my name if I saw you in heaven? " Tears in Heaven " by Eric Capton **** F I N ****
จบแล้ว ปั่นจบแล้ว โฮๆ คนเขียนปลาบปลื้ม ดองมานานจบซักที ภาระหน้าที่หมดแล้ว ฮือๆ ปั่นด้วยความเมาจริงๆตอนนี้ โฮๆ ปลื้มจบสักที ตรูเป็นไทแล้น (ยังๆ ยังเหลืออีกหลายคู่ให้จิ้นต่ออีก ) ส่วนเพลงเพิ่งไปฟังมา เห็นว่ามันโศกดีเลยเอามาใส่ อีริคร้องให้กับลูกชายที่ตายไป เลยเอามาใส่ มันจอบแล้วจริงๆโอ้ จอร์จ มันยอดมาก กรี๊ดกร๊าด ไปหาเรื่องอื่นแต่งมั่ง Special Thank ขอบคุณคร่า!!!!!!!!!!!!!! September 05 [Novel]The Fantastic Island-ตอนที่ 2ตอนที่ 2 ติดเกาะ ท่ามกลางความมืดของยามค่ำคืนในน่านน้ำแถบประเทศอังกฤษ เรือสำราญหรูเลิศสีดำที่แทบจะกลืนไปกับคลื่นน้ำสีมืดทึม แสงไฟสว่างเจิดจ้าสาดส่องให้รอบๆตัวเรือดูสว่างไสวไม่น้อย ความเงียบงันของเวิ้งทะเลถูกแทนที่ด้วยเสียงดนตรีครึ้กครื้น เพื่อเป็นการอำลาในทริปท่องเที่ยวระยะยาวจากตุรกีมาแถบอังกฤษ วันนี้ทางผู้จัดการจึงจัดงานเลี้ยงขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นที่ระลึกแด่แขกทุกท่าน มุมเครื่องดื่มทำจากผลไม้สดมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังสนุกสนานกับการพูดคุยและดื่มเครื่องดื่นรสฉ่ำจากมวลหมู่ผลไม้เขตร้อน เด็กสาววัยเพียง 16 ปีในชุดผ่าข้างแสนสั้นสีแดงสด รับกับเครื่องสำอางค์และสีผมน้ำตาลทองแสบตา มือเรียวที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับราคาแพง และเล็กสีแดงเลือดนกติดกากเพชรยื่นแก้วแชมเปญทรงสูงชนกับอีกฝ่าย " อเล็กซ์...ดื่มให้กับการท่องเที่ยวอันแสนสุขเป็นวันสุดท้าย " " อย่าพูดงั้นสิ...ออยล์...พูดว่าดื่มให้แก่ทริปแสนสุขที่ยาวนานดีกว่า พูดแบบนั้นดูเป็นลางอยู่นะ " ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเอ่ย ร่างเล็กตรงหน้าหัวเราะคิกคัก " เธอถือเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?...หัวโบราณน่า เรื่องโชคลางเนี่ยมันไร้สาระพอๆกับเรื่องผีสางเลยนะ " อเล็กซ์เลิกคิ้วที่ได้ยินสาวน้อยตรงหน้าพูดแบบนั้น เขาวางแก้วน้ำผลไม้ของตนเองลงกับเคาท์เตอร์ พลางจ้องมองออโรร่าที่กำลังดื่มน้ำแตงโมปั่นอยู่ " เธอไม่เชื่อเรื่องลี้ลับเหรอ? " เขาถาม " ไม่! " สาวน้อยผมน้ำตาลทองตอบห้วนๆ "ทำไมล่ะ...ฉันนึกว่าเด็กผู้หญิงจะชอบเรื่องของเทพนิยาย เทพปกรณัม เรื่องราวลึกลับโรแมนติกแฟนตาซีซะอีก " ออโร่าจ้องมองคู่หมั้นหนุ่มที่อายุห่างกว่าเธอเกือบ 10 ปีอย่างนึกแปลกใจในคำถามที่เขาถาม " ก็...ว่าไงดีล่ะ...ฉันรู้สึกว่าฉันหมดวัยที่จะมานั่งเชื่อเรื่องแบบนี้แล้ว " " หมดวัย...โธ่...สาวน้อยเพิ่งจะ 16 พูดอะไรแบบนั้นกัน " อีกฝ่ายว่า พลางยกมือขึ้นลูบหัวสาวน้อยตรงหน้า " อเล็กซ์...เค้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ เลิกขยี้ผมสักที หัวยุ่งแล้ว " ชายหนุ่มรามือก่อนจะหัวเราะร่วน " บอกว่าไม่ใช่เด็ก ไงใช้คำแทนตัวว่า เค้า ล่ะจ้ะ...เจ้าหญิงออโรร่า " เด็กสาวหน้าแดงซ่าน ยกมือขึ้นทุบไหล่ชายผมน้ำตาลตรงหน้า อเล็กซ์ยกมือป้องไปพลางขำไปพลาง " อย่าเรียกฉันแบบนั้นสิ คนบ้า!!! " " จ้าๆ ไม่เรียกก็ไม่เรียก.... " " รับน้ำผลไม้เพิ่งอีกไหมครับ " บริกรหนุ่มถามหลังจากที่ทั้งคู่ เลิกเย้าแหย่กัน อเล็กซ์พยักหน้า " ครับ...ผมขอ บลูฮาวายที่นึง ออยล์ล่ะ? " ร่างสูงหันมาถาม สาวผมน้ำตาลทองยิ้มก่อนจะตอบ " เอาด้วย...ขอ...น้ำมะพร้าวสดล่ะกัน " บริกรหนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนหันหลังไปเตรียมวัตถุดิบทำตามที่ลูกค้าสั่ง อเล็กซ์ดื่มน้ำผลไม้ของตนเองจนหมด เพื่อที่เตรียมจะกินน้ำที่สั่งไป ดอกชบาที่ประดับอยู่บนแก้วหล่นตุบลงกับพื้นโต๊ะขัดมัน ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาก่อนจะทัดเข้าที่ข้างหูของคู่หมั้นร่างบาง " อะไรอ่ะ " ออโรร่าถามอย่างนึกสงสัย " ก็ดอกชบาไง สีสดแบบนี้เธอชอบไม่ใช่เหรอ ทัดไว้ที่ดูสิ น่ารักดี " " จริงเหรอ ขอบคุณนะ " ร่างเล็กยิ้มร่าเริง ดีอกดีใจกับดอกไม้สดที่อีกฝ่ายให้ สายตาของชายหนุ่มมองไปที่ออโรร่าอย่างนึกเอ็นดู พลันภาพของใครคนหนึ่งก็แล่นซ้อนทับเข้ามาในสมอง หญิงสาวผมยาวที่มีรอยยิ้มร่าเริงคล้ายคลึงกับคู่หมั้นของเขา แต่ทว่าใบหน้าของเธอกลับรางเลือน ยิ่งเขาพยายามนึก ก็ยิ่งรู้สึกเวียนหัวมากขึ้นจนต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะ ใบหน้าคมซีดลงถนัดตา " อเล็กซ์....อเล็กซ์....อเล็กซ์....ไม่สบายเหรอ หน้าซีดเชียว...จะไปนอนพักที่ห้องไหม " เสียงของคนตรงหน้าปลุกสติของเขาให้กลับสู่ปัจจุบัน อาการปวดหัวเริ่มบรรเทาลงเรื่อยๆ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองไปที่ใบหน้าหวานที่กำลังมีสีหน้าเป็นกังวล " ไม่เป็นไรหรอก...แค่มึนหัวนิดหน่อย...ดื่มน้ำผลไม้เปรี้ยวๆหน่อยก็คงดีขึ้น " " แน่ใจนะ...ไม่ไปนอนพักหน่อยจะดีเหรอ?.... " " ไม่เป็นไรแล้วจ้ะ...อย่าห่วงเลย " อเล็กซ์ฝืนยิ้มให้แม้ว่าหน้าจะยังไม่หายซีดเซียวเลยก็ตาม ออโรร่ายิ้มตอบแม้จะยังไม่คลายกังวลไปด้วยก็ตาม เสียงดนตรีบรรเลงที่แสนจะครื้นเครงดังสนั่นไปทั่วลำเรือ หมู่ชนชั้นสูงต่างพากันออกมาเต้นรำ บางก็ขึ้นไปร้องเพลง เล่นดนตรีอะไรก็ได้ตามแต่ที่ตนจะถนัด หนุ่มสาวก็พากันออกมาเต้นรำช้าๆในห้องโถงกลางเรือ สระว่ายน้ำก็มีผู้คนมากมายมาเล่น คลับคาสิโนก็เต็มไปด้วยชนชั้นเศรษฐีที่มาลองเสี่ยงโชค เหล่าพนักงานต่างก็พากันออกมายิ้มร่าต้อนรับแขกเหรื่อที่มาในงาน ทุกๆคนในเรือล้วนมีความสุข โดยที่ไม่รู้ถึงเหตุการณ์บางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้แม้แต่น้อย
ห้องควบคุมการเดินเรือ ใจกลางเรือ เวลา 23 นาฬิกา 15 นาที " มีอะไรผิดปกติไหม " ชายวัยกลางคนไว้หนวดที่แปรสภาพเป็นสีเงินบอกอายุเจ้าตัว ในชุดสูทสีเข้มและหมวกกัปตัน ถามเหล่าลูกเรือ และพนักงานที่กำลังนั่งตรวจดูความเรียบร้อยในเรือ บ้างก็ตรวเช็คเส้นทาง บ้างก็คอยตรวจดูเรดาห์ว่ามีสิ่งใดผิดปกติมั้ย " ไม่มีครับท่าน...เรากำลังเข้าสู่น่านน้ำทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ " ลูกเรือคนหนึ่งตอบ กัปตันหนวดเงินยิ้มอย่างพอใจที่การเดินเรือดูราบรื่นไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ " อืมๆ ดีมากขอให้ทุกคนอดทนอีกนิดนะ วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของการเดินทางแล้ว " เหล่าลูกเรือยิ้มร่าเมื่อนึกถึงเวลาที่จะได้กลับไปหาครอบครัวของตน พากันหัวเราะน้อยๆพูดคุยถึงว่าหากลงจากเรือแล้วจะไปทำอะไรกันดี ตอนนั้นเองที่อยู่ๆก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างแรงที่เรือจนทุกคนตกใจ " เกิดอะไรขึ้นน่ะ!!! " กัปตันถาม ชายหนุ่มที่นั่งตรวจสอบการเดินเรืออยู่ก็เอ่ยขึ้นมา " เรือเราอาจชนเข้ากับหินโสโครกก็ได้ครับท่าน " " ไม่น่าใช่ น่านน้ำแถวนี้เป็นน่านน้ำลึก ไม่มีทางชนหินหรอก ก้อนน้ำแข็งแบบไททานิคก็ไม่มี " ชายอีกคนที่กำลังตรวจคลื่นความถี่ของคลื่นวิทยุอยู่แย้งขึ้นมาร่างสูงของลูกเรือคนหนึ่งที่กำลังจ้องมองจอมอนิเตอร์อยู่ ก็เบิกตากว้างก่อนจะเรียกให้ทุกคนมาดู " ท่านครับ ทุกคนดูนี่สิ...เรดาห์ตรวจจับได้ว่ามีบางสิ่งขนาดใหญ่อยู่รอบๆ เรือของเรา " ชายหนวดเงินรีบเดินเข้าไปดู หน้าจอสีดำที่จุดกุงกลางคือเรือลำนี้ มีบางอย่างที่สัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นอะไรสักอย่างขนาดมหึมา กำลังว่ายวนเวียนอยู่รอบๆลำเรือ " ปลาวาฬรึไง " " บ้าเหรอ...ปลาวาฬไม่ใหญ่แล้วก็แข็งแรงพอให้เกิดแรงสะเทือนเรือของเราได้หรอก " " กัปตัน...ว่าไงดีครับ " ลูกเรือหน้าที่ตรวจดูเรดาห์ถาม อีกฝ่ายส่ายหน้า " ดูเหมือนว่า...จะไม่มีอะไร มันอาจจะเป็นพวกสัตว์ตัวใหญ่มากเกินปกติ ที่บังเอิญมาชนเรือของเราก็ได้ " เขาว่าเรียบๆ แต่ในใจก็อดสงสัยไม่ได้ว่าในมหาสมุทรกว้างใหญ่ ยามค่ำคืนแบบนี้จะมีอะไรที่ใหญ่ขนาดมาชนเรือที่ทำจากเหล็กชั้นดี ก่อสร้างมาอย่างพิถีพิถันได้ กัปตันเดินออกไปนอกตัวเรือ พร้อมกับสั่งให้ลูกเรือทุกคนอยู่ในความสงบ เพราะรู้ดีขนาดลูกเรือที่ผ่านการเดินเรือมานับครั้งไม่ถ้วนยังรู้สึกหวาดๆกับแรงสั่นสะเทือนในครั้งนี้ เหล่าแขกเหรื่อต้องอกสั่นขวัญแขวนแน่ๆ " มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ "
" เป็นอะไรไหม ออยล์ " อเล็กซ์ถามออโรร่าที่ล้มไปกับพื้นเพราะแรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ เด็กสาววัย 16 ส่ายหน้า " ไม่เป็นไรจ้ะ...แค่เจ็บๆเข่านิดหน่อย ว่าแต่เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ " ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองไปทั่วบริเวณ เหล่าแขกคนอื่นๆก็ดูจะตกใจไม่น้อยที่เกิดแรงสะเทือนขนาดใหญ่จนพากันล้มลงกับพื้นได้แบบนี้ บางคนที่ขวัญอ่อนเริ่มลนลาน หน้าซีดเผือด แต่ด้วยเวลาที่ผ่านไปเกือบ 10นาที ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอีก จึงทำให้เหล่าแขกเหรื่อเลิกคิดมากพากัน สนุกสนานต่อ ออโรร่าเลยกลับไปนั่งที่โต๊ะเตรียมดื่มต่อกับคู่หมั้น " ออยล์!!!!!!!!! " เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นไม่ไกลจาก อเล็กซ์กับออโรร่า พอทั้งคู่หันไปมองก็พบกับร่างสูงโปร่งในชุดสบายๆ กำลังยืนหอบๆอยู่ เรือนผมสีดำหลุดลุ่ยลงมาปรกหน้าตาที่โซมไปด้วยเหงื่อ เธอรีบวิ่งไปหาสาวน้อยผมน้ำตาลทองทันที " เป็นอะไรหรือเปล่า...เมื่อกี้ฉันนอนอยู่ในห้อง ตกใจตื่นเพราะแรงสะเทือน เลยรีบมาดูว่าเธอเป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหนไหม " ถามพลางเอามือจับหน้าตาหวานๆหันซ้ายทีขวาที เพื่อตรวจดูว่ามีรอยแผลอะไรไหม " มารีๆๆ ฉันไม่เป็นอะไร เมื่อกี้ล้มไปหน่อยก็จริงแต่ไม่เป็นอะไรมาก เธอต่างหากรีบวิ่งมาแบบนี้เป็นอะไรหรือเปล่า " ออโรร่าถามกลับ " ก็รีบวิ่งมาหน่อย เลยหอบนะ แต่ไม่เป็นไรหรอก เธอไม่เป็นอะไรแน่นะ " เด็กสาวส่ายหน้าพลางฉีกยิ้มกว้างเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรแน่นอน " โล่งอกไปที...ดูสิวิ่งออกมาในชุดแบบนี้เลย " มารีว่าพลางจ้องชุดตัวเอง ร่างสูงโปร่งของเธอดูเหมาะกับชุดเสื้อแขนกุดสีขาวเหลือบฟ้าเนื้อลื่น และกางเกงขาสั้นแบบเดียวกับเสื้อแม้จะสั้นแต่ก็คงไม่เท่ากับกระโปรงสั้นตัวจิ๋วของออโรร่า ผมเผ้าที่ปกติรวบไว้ก็ถูกปล่อยลงมารุงรักไม่น้อยแต่ด้วยใบหน้าคมสวยและหุ่นดีของมารีก็พอจะทำให้หญิงสาวสวยเซ็กซี่ไม่น้อย " หมดมาดบอดี้การ์ดสาวของฉันหมดเลย ปกติเห็นใส่แต่ขายาว ดูสิ...มาซะเซ็กซี่เลย " " ก็ก่อนนอนเล่นโยคะไปหน่อย เหงื่อออกมาก เลยอาบน้ำเปลี่ยนชุด " มารีว่า แม้จะหน้าแดงหน่อยๆที่ถูกชมว่าเซ็กซี่ "ไหนๆคุณมารีก็มาแล้ว มาดื่มกันไหมครับ " อเล็กซ์ถาม แต่คนถูกถามกลับขมวดคิ้ว "ขอดิฉันไปคุยกับกัปตันก่อนดีกว่าค่ะ ว่าแรงสะเทือนเมื่อครู่เกิดเพราะอะไร " เธอกล่าวกำลังจะเดินไปแต่ทว่า " ขอประกาศให้แขกเหรื่อทุกท่านทราบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เป็นเพียงการที่เรือของเราชนเข้ากับแนวหิน จึงทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย แต่ขณะนี้ทางเราได้เบี่ยงเส้นทางออกไปแล้ว และได้ทำการตรวจสอบใต้ท้องเรือ ไม่พบความผิดปกติใดๆ ขออภัยที่ทำให้ทุกท่านตกใจเชิญสนุกสนานกับกิจกรรมของเรือของเราได้ตามสะดวกครับ จากกระผม กัปตันของเรือลำนี้ครับ " " แล้วไป " หญิงสาวผมดำว่าพลางจะเดินกลับห้อง แต่กลับโดนเพื่อนสาวร่างเล็กรั้งไว้เสียก่อน พอจะหันไปว่าเข้าก็เจอกับดวงตาสีนิลออดอ้อนออเซาะ " อยู่ดื่มด้วยกันก่อนสิจ้ะ มารี...น่านะ... " อีกฝ่ายถอนใจ " จ้าๆ ดื่มก็ดื่ม ไม่เอาเหล้านะบอกก่อน " เธอว่าก่อนจะเดินไปนั่งที่เคาท์เตอร์ ออโรร่าเดินตามไปนั่งข้างๆ " เอาอะไรดีครับ " อเล็กซ์ถาม " ขอพันซ์ธรรมดาๆก็แล้วกันน่ะค่ะ " มารีว่า ชายหนุ่มยิ้มรับ ก่อนจะหันไปบอกบริกรหนุ่มที่กำลังเก็บอุปกรณ์บางอย่างที่หล่นเพราะแรงสั่นสะเทือน เขายิ้มก่อนจะเตรียมทำตามออเดอร์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มร่างสูงโป่งผมดำยาสนิท เดินมาที่กลุ่ม 3 คน ด้วยท่าทีเหนื่อยๆเล็กน้อย แต่ก็เก็อาการได้ไม่น่าเกลียดนัก " คุณหนูครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ " ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร ออโรร่ากับอเล็กซ์ก็ยิ้ม แต่มารีกลับทำหน้าบูดบึ้งคว้าเอาแก้วพันซ์กระดกดื่มอย่างไม่สบอารมณ์ " ไม่เป็นไรจ้า ฟง...แหม โดนมารีตัดหน้าไปหน่อยเดียวเองน่ะเนี่ย เน้อออ~~~ " แม่สาวร่างเล็กหันไปหาเพื่อนสาว หล่อนทำหน้าเซ็งสุดชีพก่อนจะวางแก้วพันซ์ลงกับโต๊ะ แล้วเดินฉับๆไปเลย " มารี...จะไปไหนอ่ะ " ออโรร่าตะโกนถาม เจ้าตัวหันมาทำหน้าเย็นให้ๆ " เหนื่อย จะไปนอน ฝากจ่ายด้วยพรุ่งนี้จะคืนให้...ราตรีสวัสดิ์ " พูดจบแม่เสือสาวก็เดินหายไปที่ชานข้างนอกทันที โดยที่ฟงรีบก้มหัวเคารพเจ้านายน้อย แล้วเดินตามไป " บอดี้การ์ดสาวคุณ โกรธอะไรละเนี่ย เมื่อกี้ยังเห็นอารมณ์ดีอยู่เลย " หนุ่มผมน้ำตาลถามคนข้างๆ เธอถอนหายใจ " ก็คงเป็นเพราะฟงล่ะมั้ง ไม่รู้ทำไมเหมือนกันมารีเหมือนจะไม่ชอบฟงเอาซะเลย...ไม่รู้มีเรื่องอะไร " " แต่ผมว่านะ...เหมือนหลบหน้ามากกว่าจะไม่ชอบหน้า " " ไม่รู้สิ...มารียิ่งเป็นคนใจแข็ง ไม่บอกอะไรง่ายๆแน่ " คุณหนูไฮโซว่าพลางจิบน้ำมะพร้าวสดแก้วใหม่แทนที่แก้วที่หกเมื่อครู่จากแรงสะเทือน ดวงตาสีดำจ้องมองไปที่ฟอลร์กลางงานที่กำลังว่างเพราะนักดนตรีกำลังจะเปลี่ยนเพลง ไม่นานนักท่วงทำนองแนวลาตินสเปนก็บรรเลง ออโรร่าผุดลุกขึ้นทันที "แนวนี้ของถนัดเลย ไปเต้นเปิดฟลอร์กัน อเล็กซ์ " " ขอผ่านดีกว่า " ชายหนุ่มปฏิเสธอย่างสุภาพ เธอเบ้หน้าเล็กน้องแต่ก็ไม่พูดอะไร ร่างบางเดินอย่างมั่นใจไปกลางฟลอร์ที่ยังไม่มีใครกล้าออกมาเต้นในทำนองเร็วแบบนี้ แต่เมื่อเพลงเริ่มขึ้นเข้าจังหวะมากขึ้น ออโรร่าก็ออกสเต๊ปทันที สะโพกเล็กส่ายเย้ายวนตามอารณ์เพลง หนุ่มที่มาดูเป่าปากกันเกรียวที่เห็นสาวน้อยวัย 16 ใจกล้าออกมาเปิดฟลอร์ก่อนสาวๆคนอื่นแถมลีลาก็เร่าร้อนเข้ากับเพลงใช่เล่น มีการปรายตามามองเขย่าใจหนุ่ม กระโปรงสั้นยิ่งทำให้ร่างเล็กเซ็กซ์ซี่ใช่ย่อย ไม่นานก็เริ่มมีสาวๆบางคนกล้าออกมาเต้นบาง แต่ไม่ว่าใครก็สู้ลีลาละตินของออโรร่าไม่ได้เลย พื้นที่กลางเวทีที่เด็กสาวยืนอยู่จึงดูเจิดจรัสมากที่สุด " สวยมากเลย ออยล์ " อเล็กซ์ส่งเสียงเชียร์ " นี่ๆเธอ คนนั้นหน้าตาคุ้นๆเนอะ " หญิงสาวคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนสาวคนข้างๆ เมื่อเห็นเด็กสาวท่าทางเปรี้ยวจัดจ้านขึ้นไปเต้นสะบัดอยู่กลางเวที อีกฝ่ายตอบเสียงสูง " หล่อนไม่รู้เรอะ...นั้นน่ะ คุณหนูไฮโซ...ออโรร่า ซิลเวอร์เทียร์ ลูกสาวเจ้าของโรงแรม ซิลเวอร์เทียร์กรุ๊ปไง " " ต๊าย...ก็ฉันดูข่าว เพิ่งจะฉลองวันเกิดครบ 16 ปีไปเองนี่ " " ก็ใช่ แต่ดูพ่อหนุ่มนั้น คนผมน้ำตาลคนั้นน่ะ " หล่อนชี้ไปที่อเล็กซ์ที่กำลังนั่งมอง+เชียร์ คู่หมั้นสาวคนสวยเต้นอย่างสนุกสนาน " ใครกัน เหมือนเคยเห็นหน้าเหมือนกันนะ " " ก็อเล็กซ์ซานเดอร์ แกรนด์เชสเตอร์ คู่หมั้นสาวน้อยคนนั้นไง " " ใช่ลูกชายคนที่สองของตระกูลที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อมใช่ไหม " อีกฝ่ายพูดขึ้นอย่างนึกขึ้นได้ " ถูกต้องแล้ว " " ก็ดูสมกันดีนะ..." " ทั้งรวยทั้งสวยทั้งหล่อ สมกันที่สุดแล้ว " ทั้งคู่พูดพร้อมกัน ภายใต้ท้องทะเลสีมืดครึ้มเพราะความมืดยามค่ำคืน เกลียวคลื่นมืดมิดกลบร่องรองการเคลื่อนไหวของบางสิ่งบางอย่างที่กำลังว่ายวนเวียนอยู่รอบๆเรือสำราญ เหล่ามัจฉาต่างพากันว่ายหลบซ่อนตน ยามที่เจ้าสิ่งนั้นว่ายมาใกล้ๆ ดวงตาสีพระเพลิงแดงฉานคอยแต่เฝ้าเหลือบมองฝูงชนบนเรือ ทุกครั้งที่จักรกลเหล็กสีดำลอยไปในทิศทางใด มันก็จะลอยตนตามไปเสียทุกครา จนกระทั่งมันสังเกตุเห็นบางอย่างตรงกาบเรือ ร่างกายใหญ่โตจึงดำดิ่งลงไปสู่น้ำลึกเยียบเย็นเบื้องล่างอย่างเงียบงันราวกับรอเวลา รอเวลาอยู่....
ชานเรือกาบซ้ายที่ไร้ผู้คน ถูกจับจองเป็นที่ยืนมองดูทิวทัศน์ยามค่ำคืนของหญิงสาวร่างสูงโปร่ง เรือนผมสีดำสวยเหมือนสีของค่ำคืนนี้ปลิวไสวด้วยแรงลมทะเล ท่ามกลางท้องฟ้าสีมืด มีเพียงดวงดาราพร่างพราย แต่ดวงจันทร์กลับถูกเหล่าเมฆบดบังหลบซ่อนไปในตอนนี้ ดวงตาสีนิลคู่สวยจ้องมองภาพเส้นขอบฟ้าที่อยู่ห่างไกล หูก็ฟังเสียงคลื่นลมด้วยความเพลิดเพลิน ใบหน้าหวานดูผ่อนคลายอารมณ์ลงจากเมื่อครู่ไม่น้อย " ดาวสวยมากเลยนะ " เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นไม่ไกลจากที่เธอยืนอยู่ เพียงครู่เดียวร่างของชายหนุ่มผู้มีดวงตาสีนิลคมเข้มก็ก้าวมายืนอยู่เบื้องหลังของมารี " ตามฉันมาทำไม " น้ำเสียงทั้งห้วนและสั้นบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังอารมณ์เสียอย่างมาก " ขอโทษ " ฟงเอ่ยเรียบๆ มารีกัดฟันกรอดก่อนจะสะบัดตัวเดินไปจากที่ยืนอยู่ ร่างบางมองหน้าของคมของอีกฝ่ายเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเดินเลยผ่านไป เรือนผมสีดำพัดผ่านหน้าของบอดี้การ์ดหนุ่ม ดวงตาสีนิลมองตามหญิงสาวไปจนลับสายตา เขาเดินไปยืนตรงราวเหล็ก จับจ้องไปที่ดาวสุกสกาวมากมายบนท้องฟ้า ชายหนุ่มทอดถอนใจยามนึกถึงเรื่องบางอย่าง " นั่นอะไรนะ " ร่างสูงเอ่ยขึ้น เมื่อสังเกตุเห็นบางสิ่งบางอย่างซ่อนตัวอยู่ใต้เกลียวคลื่น ดวงตาสีแดงสะท้อนแสงไฟเป็นประกาย ก่อนที่จะหลบตนหายไปใต้ท้องเรือ ฟงรูสึกแปลกๆกับเจ้าสิ่งนั้นไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยมากนัก " คงเป็นพวกปลาฉลามมั้ง " " ฟง!!! " เสียงหวานใสของใครคนหนึ่งตะโกนลั่น ยังไม่ทันที่จะหันไป ร่างบอบบางก็โดดกอดเข้าเต็มรักจนเขาแทบล้มลงกับพื้น พอเพ่งให้ดีถึงรู้ว่าเป็นใคร ดวงตาสีนิลเบิกกว้าง " คุณหนู...มีอะไรครับ...ทำไมเมาแบบนี้ละครับ " เขาเขย่าตัวออโรร่าที่ตอนนี้หน้าแดงเป็นมะเขือเทศเพราะฤทธิ์แอลกอฮออล์ ดวงตากลมโตปรือต่ำเพราะเคลิ้มไปกับสุรา ถามไปก็คงไม่รู้เรื่อง ดีทีมีคนมาตอบแทนก่อน " เป็นความผิดผมเองแหล่ะครับ คุณฟง " อเล็กซ์ที่เดินตามเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ " เกิดอะไรขึ้นครับ คุณแกรนด์เชสเตอร์ ปกติคุณหนูไม่ทานเหล้านี่ครับ...หรือว่าคุณ " ร่างสูงเขม็งตามองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่องหากคำตอบออกมาแล้วไม่สมเหตุสมผลพอ บวกกับที่เขาบอกไปก่อนเลยว่าเป็นความผิดของเขาเอง " คือว่า...ออโรร่าโดนหนุ่มๆที่มาขอเต้นรำชวนทานนะครับผมห้ามไม่ทัน เลยเมาแอ๋แบบนี้...ขอโทษจริงๆ " " ช่างเถอะครับ...เดี้ยวผมจะพาคุณหนูไปนอนที่ห้อง คุณเองก็ควรกลับห้องได้แล้วล่ะครับ " ฟงบอกเรียบๆ พลางอุ้มออโรร่าที่เมาไม่ได้สติสตังขึ้นมา อเล็กซ์กำลังจะพูดอะไรบางอย่างก็เกิดเหตุการณ์หนึ่งขัดบทสนทนาเสียก่อน โครม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกระแทกเรืออย่างแรง จึงเกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่วพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนมหาศาล เสียงผู้คนเริ่มร้องโวยวายเอะอะดังประสานไปกับเสียงคลื่นทะเลแรงที่กำลังถูกแรงลึกลับบางอย่างซัดสาดเข้าใส่ เหล่าแขกเหรื่อที่ออกมาเดินตรงกาบเรือก็แทบจะหล่นลงไปในคลื่นวารีสีมืด เมื่อโดนแรงกระแทกแรงๆ บางคนที่ตั้งสติเกาะเหล็กกั้นขอบเรือไว้ทันก็บังเอิญเห็นบางสิ่งบางอย่าง สิ่งมีชีวิตบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายงูยักษ์ขนาดใหญ่กว่าเรือช่วงหนึ่ง กำลังชูหัวของมันขึ้นมาอวดฟันซี่แหลมคม และดวงตาสีเพลิงน่ากลัวดั่งปีศาจ เสียงกรีดร้องของมันเรียกให้ทุกคนในเรือหันไปมองต้นตอของเสียง แทบจะในทันทีที่ทุกคนเห็นเจ้างูทะเลยักษ์นั้นเข้า ต่างก็หวีดร้องตะโกนขอความช่วยเหลือกันเสียงขรม บ้างก็วิ่งหนีหาที่หลบ ด้วยกลัวจะถูกเจ้าสิ่งมีชีวิตที่น่าจะเรียกได้ว่าสัตว์ประหลาดนั้นเขมือบเข้าไป กัปตันหนวดเงินสังเกตุเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจึงรีบออกมาจากห้องควบคุมพร้อมตะโกนบอกให้แขกทุกคนเข้าไปหลบข้างในตัวเรือ " เข้าไปหลบในลำเรือให้หมดทุกคน เร็วเข้า เอาฉมวกหรือปืนมาด้วย " ฝูงชนชั้นสูงจำนวนมหึมาต่างพากันวิ่งหนีตายไปที่กาบเรือฝั่งที่อยู่คนละด้านกับเจ้าตัวประหลาดทันที เหล่าลูกเรือต่างพากันออกมาพร้อมฉมวกแหลมจำนวนมาก บ้างคนก็มาพร้อมปืนไรเฟิลที่มีอำนาจทำลางล้างสูง " จัดการมันเลย " ผู้มีอำนาจมากที่สุดในเรือสั่งเสียงลั่น ทั้งหมดพร้อมใจกันเขวี้ยงฉมวกแหลมไป และยิงกระสุนสังหารออกไป แต่ก็แทบไร้ผลเมื่อมันก้มหลบลงได้และลูกปืนนั้นก็ไม่ระคายผิวของมันแม้แต่น้อย พวกลูกเรือที่หนุ่มๆอ่อนวัยหน่อยก็ใจเสีย ทิ้งปืนทิ้งเพื่อนร่วมงานวิ่งไปหลบที่อื่นทันที " พระเจ้าช่วย นี่มันตัวอะไรกัน "
" เกิดอะไรขึ้นกันนะ...เสียงร้องนั่นมันอะไรกัน " ฟงพูดออกมาหลังจากที่เขาประคองตัวเองพร้อมกับโอบเจ้านายร่างบางไว้ในอ้อมกอดอเล็กซ์ที่เกาะขอบเหล็กไว้ทัน เพียงเสี้ยววินาทีที่เกือบจะลื่นหล่นไปที่เวิ้งมหาสมุทร...ชายหนุ่มมีดวงหน้าซีดเผือดเล็กน้อย " ช่วยด้วย.....งูยักษ์ มันจะฆ่าพวกเรา มันจะฆ่าพวกเรา " หญิงสาววัยกลางคนรูปร่างเทอะทะ วิ่งกรีดร้องราวกับเสียสติมาทางสองหนุ่มที่กำลังงงกับเหตุการ์ณอยู่ ทั้งคู่หันไปทางต้นเสียง ดวงตาสีนิลและสีน้ำตาลของชายทั้งสองเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพของเจ้าสัวต์ประหลาดรูปร่างเหมือนอสรพิษยักษ์มหึมาสีดำทะมึนอยู่อีกฝากฝั่งของเรือ ดวงตาสีนิลแดงฉานราวกับสีโลหิต อเล็กซ์ทรุดลงกับพื้นด้วยความตกใจ ฟงรีบอุ้มออโรร่าเข้ามาแน่นขึ้น พลางหันไปเรียกสติชายอีกคนทันที " คุณอเล็กซ์ มัวยืนเหม่ออะไรอยู่ได้ รีบหนีไปข้างในเร็วเข้าสิ " " อย่าขยับนะ...ถ้าคุณขยับ มันเล่นคุณแน่...เจ้านี่เป็นงูยักษ์ จ้องตามันไว้สิ " " อ่ะ...อืม... " ทั้งคู่จ้องมองดวงตาของมันไม่กะพริบเช่นเดียวกับที่มันจ้องตอบกลับมา เหงื่อไหลเต็มตัวของหนุ่มผมดำ แต่ก็ไม่อาจขยับตัวไปได้ เพราะนั่นหมายถึงมันจะเล่นงานเขาแน่ นานแทบเป็นนิรันดร์เจ้ายักษ์ใหญ่เบื้องหน้าก็ดูเหมือนจะสงบจนลง แต่ทว่าเหตุการ์ณไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีลูกเรือจำนวน พยามยามเอาปืนขนาดใหญ่ยิงมัน และดูเหมือนจะมีกระสุนบางลูกโดนเข้าตรงที่เนื้ออ่อนๆของมันพอดี เจ้างูส่งเสียงร้องแหลมก้องก่อนที่มันจะเริ่มอาละวาดอีกครั้ง มันพุ่งตัวเข้าหาฟงทันที ชายหนุ่มรีบหลบก่อนจะคว้าเอาปืนในกระเป๋าเสื้อข้างในออกมา ยิ่งใส่ออกไป มือข้างหนึ่งก็อุ้มเอาเจ้านายไว้ " คุณอเล็กซ์...มันหันมาเล่นงานผมแล้ว...รีบหนีเข้าไปซะ " " ได้ไง...ออโรร่ากับคุณล่ะ " " อย่าโง่น่า...หุบปากแล้วเข้าไปข้างในเรือซะ " อีกฝ่ายตะโกนก้องตอบมา " วะ..ว่าไงนะ... " หนุ่มผมน้ำตาล เลือดขึ้นหน้าเล็กที่ได้ยินแบบนั้นแต่ไม่ทันไรเขาก็ต้องเลิกล้มความคิดนั้นทันที เมื่อเจ้างูนั้นย้ายเอาตัวของมันส่วนหนึ่งขึ้นมาบนลำเรือ เบียดจนเขาตัวไปกระแทกกระจกฝ้าเอาแตกละเอียด ร่างสูงพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ไม่ว่าอย่างไรก้ทำไม่ได้ ได้เแต่เฝ้ามองร่างของชายผมดำยาวที่กำลังวิ่งหนีไปอีกทาง " บ้าชิบ " เขาสบถเบาๆ พอดีกับที่ใครคนหนึ่งมาพอดี " คุณอเล็กซ์ " เจ้าสัตว์ประหลาดยักษ์เลื้อยตัวยามมหึมาของตนเองไปมาบนลำเรือ ฟงพยายามวิ่งหลบหลีกสุดชีวิตแต่เจ้างูบ้านั้นก็ปิดทางลงไปข้างล่างจนหมดแถมตอนนี้กระสุนปืนของเขาก็เหลืออยู่แค่สองลูกเท่านั้น ฟงตัดสินใจอุ้มออโรร่าที่บัดนี้ยังไม่ได้สติไปอีกทางฝั่งหนึ่งของเรือทันที แหมว่าตอนเจ้างูนั้นพุ่งเข้ามา เขาจะได้แผลมาบ้างแต่ร่างสูงก็ไม่ยอมหนีเอาตัวรอดโดยทิ้งร่างในอ้อมแขนไว้เพียงลำพังแน่ๆ ...จะไม่ยอม...ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหรอก...ไม่มีวัน " อุ๊บ!!!~ " บอดี้การ์หนุ่มล้มลง เพราะว่าเจ้างูใหญ่นั่นกระแทกหัวของมันเข้ากับพื้นดาดฟ้าเรือ ร่างเล็กในอ้อมแขนหล่นไปด้วย ออโร่าหล่นไปไกลจากคนที่อุ้มอยู่ด้วยพอตัว ไม่นานเปลือกตาบางก็ลืมขึ้นช้าๆ พลางลุกขึ้นมองรอบๆตัว " เจ็บจัง...อืม...ฟง...มีอะไรกันเหรอ...เสียงดังจัง " ดวงตาสีนิลของชายหนุ่มตื่นตะหนก " คุณหนูออโรร่า หนีไปครับ เร็วเข้า!!!!!!!!!! " " อะไรเหรอ... " ออโรร่าหันไปทางทิศเบื้องหน้า งูยักษ์สีดำมหึมาอ้าปากกว้างมหึมาของมัน ก่อนจะงับลงที่ร่างบางของเด็กสาวทันที ยังไม่ทันทีออโร่าจะได้ร้องออกมา แรงกระแทกมหาศาลก็ฉุดให้หมดสติ ภาพทั้งหมดแจ่มชัดในดวงตาของบอดี้การ์ดหนุ่ม ราวกับมีภาพมาทับซ้อน ร่างของออโรร่าซ้อนเข้ากับภาพของเด็กหญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งในความทรงจำของชายหนุ่ม " หลิน!!!!!!!!!!! ไม่น่ะ... " ฟงยันตัวเองวิ่งตามเจ้างูนั่นไป แต่ก็สายเกินไปเมื่อมันพุ่งตัวเองกลับลงไปในน้ำ พร้อมกับเตรียมจะดำดิ่งลงไปในน้ำลึก ร่างสูงพยายามวิ่งตามสุดฝีเท้า ตอนนั้นเองที่เขาเห็นใครคนหนึ่งตัดหน้าเขาไปเสียก่อน เรือนร่างสูงโปร่งของหญิงสาวผมดำ มารี....เธอวิ่งตามไปแต่เมื่อสุดที่ขอบเรือ หญิงสาวก็ตัดสินใจกระโดดจากเรือลงสู่พื้นน้ำเย็นเฉียบโดยไม่กลัวอันตรายใดๆเลย " มารี!!! " ฟงกระโดดตามลงไป ท่ามกลางคลื่นลึกหนาชัน มารีว่ายตามเจ้าสัตว์ตัวนั้นไปไม่ลดละ แม้แขนจะเริ่มหมดแรงแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ และดูเหมือนจะสังเกตุได้ว่าหญิงสาวกำลังจะเข้ามาใกล้บางอย่างมากขึ้น มันจึงสะบัดหางเต็มแรง จนเกิดคลื่นยักษ์ กลืนร่างของหญิงสาวร่างสูงเข้าไป ฟงที่ตามมา กัดฟันกรอดก่อนจะรีบดำลงไปเพื่อช่วยเหลือหญิงสาว ร่างบางลอยดิ่งลงสู่เบื้องล่าง โดยมีชายหนุ่มผมดำยาวดำตามลงไป อ้อมแขนแกร่งค้สตัวของอีกฝ่ายไว้ก่อนจะพาฉุดขึ้นเหนือน้ำ มารีสลบไปเพราะขาดอากาศ ดวงตาสีนิลของฟงมองหาเข้างูยักษ์นั้น แต่ทว่าสิ่งที่เหลือให้เห็นในความมืดมีเพียงคลื่นสีดำสนิท " คุณหนู... "
เสียงคลื่นซัดสาดเข้าหาหาดทรายสีขาวสะอาดและละเอียดเหมือนผงแก้ว ลมเย็นสบายพัดผ่านไปทั่วหาด เหล่าปูลมพากันวิ่งไปมาบ้างก็มุดตัวเข้าทรายขาวไป เปลือกหอยหายากแปะอยู่เต็ม น้ำใสสะอาดจนมองเห็นพื้นเบื้องล่าง ดูๆแล้ว เกาะแห่งนี้ดูจะเป็นเกาะที่สงบเรียบร้อย ไร้ซึ่งสิ่งของทางอารยธรรมอันล้ำสมัย จะมีก็แต่เด็กสาวร่างบางในชุดผ่าข้างสั้นเสียวไส้สีแดงสดเท่านั้นเอง ชั่วครู่เธอก็ลุกขึ้นจนเหล่าปูตกใจวิ่งกลับรูของตนเองทันที " ม่าย!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ฉันไม่เชื่อ ฉันต้องรอด " ออโรร่าตะโกนกับตัวเอง หลังจากลำดับเหตุการณ์ได้เรียบร้อย เธอถูกงูยักษ์พาตัวมาไว้ที่เกาะแห่งนี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่มันไม่กินเธอก็ช่าง แต่ตอนนี้ต้องหาทางกลับไปให้ได้ก่อน ร่างบางหันไปมารอบตัวๆใจหวังว่าให้ที่นี้ไม่ใช่เกาะร้าง สาวน้อยวิ่งไปมาพลางร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ " มีใครอยู่บ้าง ฉันเรือล่ม ช่วยด้วย " แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบ ไม่มีกลิ่นควันไฟ ไม่มีร่องรอยการทำประมง ที่นี้คือเกาะร้างชัดๆ " ไม่จริงน่า...นี่เป็นเกาะร้างเหรอเนี่ย " ร่างเล็กทรุดลงกับพื้นทรายอย่างหมดเรี่ยวแรง ดวงตาสีนิลคู่สวยเริ่มรื้นไปด้วยน้ำใสๆก่อนที่มันจะไหลลงมาช้าๆ ออโรร่าซบใบหน้าลงกับฝ่ามือที่เปื้อนไปด้วยทราย " คุณพ่อคุณแม่...หนูอยากกลับ ช่วยหนูด้วย หนูอยากกลับบ้าน " เสียงใบไม้ดังกรอบแกรบดังขึ้นไม่ไกลจากออโรร่า หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเมื่อรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างกำลังเข้ามาใกล้เธอ " มีคนใช่ไหมค่ะ...ช่วยฉันด้วยค่ะ ฉันเรือล่ม " เธอรีบเดินไปที่ชายป่าใกล้ๆกับเกาะ ตามต้นทางเสียง แม้ว่าอากศจะร้อนมากก็ตาม แต่ก็พยายามจะตะเกียกตะกายไปหา แต่ทว่ายังไม่ทันได้เดินไปใกล้เจ้าของเสียงก็ปรากฏตัวออกมา ซึ่งก็คือม้าสีขาวสะอาดตัวใหญ่ เล่นเอาออโรร่างงไปชั่วครู่ แต่พอพิจารณาดีๆแล้วล่ะก็ ม้าตัวนี้ก็มีสิ่งที่ทำให้เธอช็อคจนแทบจะลมจับเลย " ม้า.....มีเขา... " หญิงสาวจ้องมองไปที่เขาสีขาวเหลือบฟ้าสวยของเจ้าม้าตัวใหญ่ตรงหน้า ออโรร่ายกมือกุมหัวตัวเองพลางหัวเราะ " ใช่แล้ว...ฉันต้องฝันไปแน่ๆเลย...ม้าบ้าที่ไหนมีเขา อากาศคงร้อนจนฉันเพี้ยน ไม่มีทาง " เด็กสาวเดินถอยหลังไปเพื่อไปวักเอาน้ำทะเลล้างหน้าแก้เพี้ยน แต่ทว่ากลับไปเดินชนเอาบางสิ่งเข้าเต็มรัก เมื่อเงยหน้าแล้วเอาดวงตาสีน้ำตาลมองแล้วล่ะก้ เธก็พบกับม้าสีขาวอีกตัว ซึ่งไม่มีเขา แต่มีปีกสีขาวแทน เด็กสาวตาค้างก่อนจะหัวเราะอีกรอบ " ฮ่ะๆๆ มะ...ม้ามีปีก...ล้อเล่นแน่ๆ " สาวน้อยผมน้ำตาลหยิกแก้มตัวเอง เพื่อพิสูจน์ว่าเธอฝันไปรึเปล่า แต่ทว่าควาจริงที่เจ็บแก้มทำให้สาวชุดแดงต้องทรุดลงไปนั่งกับพื้น พร้อมกับกรีดร้องโหยหวนดังลั่น " ม่าย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! " นกสีแดงเหลือบทองโผบินอยู่เหนือเกาะ พลางจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับออโรร่า ดวงตาสีทองสวยมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโผบินไปที่ใจกลางเกาะ พร้อมส่งเสียงร้องไพเราะเหมือนแก้วกระทบกัน นกสีสวยร่อนลงเมื่อได้ยินเสียงผิวปากไม่ไกลนักจากตรงกลางป่า มันโผตนร่อนลงที่ท่อนแขนของใครคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาว ซึ่งถ้าดูให้ดีแล้วล่ะก็ มันออกจะเป็นชุดกาววน์ที่นักวิทยาศาสตร์เขานิยมใส่กัน " มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมางั้นเรอะ" เจ้าของชุดขาวหันไปหาบางสิ่งด้านหลัง มันคือกล่องผ้าแข็งๆสีสวย เขาเก็บมันไว้ในกระเป๋าก่อนจะสะบัดแขนให้เจ้านกตัวสวยบินไปเกาะที่ไหล่ของเขาแทน " ไปดูกันเถอะ... "
จบไปอีกบท แทบตาย...เหนื่อยจิ๋บ...เลิกแต่งดีไหมเนี่ย อ่านเองยังว่าน่าเบื่อเลย [Novel]The Fantastic Island-ตอนที่ 1ตอนที่ 1 - เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
เปลือกตาบางที่แต่งแต้มด้วยอายแชว์โดว์สีแดงเลือดนกกับกากเพชรค่อยๆขยับขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาสีดำสวย ตาคู่งามกระพริบถี่ๆก่อนจะลืมขึ้นเต็มที่ สิ่งแรกที่เห็นคือ....เม็ดทรายสีขาวละเอียด และน้ำทะเลที่ขึ้นลง ร่างบางค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นแม้ยังมึนกับตนเอง ศีรษะที่เต็มไปด้วยทรายสะบัดน้อยๆ ท่ามกลางหาดทรายสีนวลกว้างสุดสายตา ร่างบางของหญิงสาวในชุดสีแดงเลือดนกสั้นชนิดที่ดูแล้วหวาดเสียวออกจะเด่นสะดุดตา เพียงแต่ตอนนี้ทั่วทั้งหายดไม่มีวี่แววของใครเลย นัยน์ตาสีนิลมองไปรอบๆตัว " หาดทราย...ทะเล...ทำไม...ก็... " หล่อนพยายามเรียงลำดับเหตุการณ์ แม้จะปวดหัวจี๊ดๆ แต่ก็พยายามนึกว่าทำไมตนมาอยู่ที่หาดทรายเพียงชั่วครู่ร่างเล็กก็ต้องลุกพรวด พร้อมตะโกนลั่น " ทำไมเรามาอยู่ที่นี้...เรืออยู่ไหน...มารีละ... อเล็กซ์ล่ะ..." หญิงสาวชุดแดงเดินไปทั่วหาดทราย แม้จะยังไม่เข้าใจว่าตนมาที่นี้ได้อย่างไร ร่างเล็กพยายามมองหาผู้คน แต่ก็ไม่พบใครเลย " นี่ฉันมาอยู่นี่นี้ได้อย่างไงเนี่ย!!!!!!!!!!!!!!!!! " เสียงหวานตะโกนลั่น ก่อนที่ความทรงจำจะเริ่มย้อนไปถึงวันนั้น
โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เวลา12.23 นาที ที่ชิบุยะ " แล้วนี่เธอกะกลับอังกฤษเลยไหม ออยล์ " หญิงสาวร่างบางในชุดสีเข้ม เอ่ยถามคู่สนทนาที่กำลังเอาหน้าแปะกระจกมองกระเป๋ายี่ห้อ เฮอร์เมส รุ่นใหม่ตาเป็นมัน คำถามที่ถามไปดูเหมือนว่าจะไม่เข้าหูเธอเอาเลยแม้แต่น้อย จนอีกฝ่ายเกิดเซ็ง จำเป็นต้องทำอะไรบางอย่างที่ไม่อยากทำ " อ่ะนั้น...โทมิโกะ แวน " ร่างบางที่กำลังสนใจกระเป๋าหันควับ "กร๊ดๆๆๆๆ ไหนๆๆๆ ฉันเป็นแฟนคลับเขา " " หยุดๆๆ แม่คุณ ฉันโกหก...ในเมื่อได้สติแล้ว...ก็ตอบคำถามฉันมาสิ " อีกฝ่ายหน้าเบ้เมื่อรู้ว่าถูกหลอก หญิงสาวสะบัดหน้าด้วยความงอนเพื่อนสาว " คงอีก 2 วันมั้ง...กะรอให้คุณพ่อไปดูงานที่อิตาลีก่อนแล้วค่อยกลับ ทำไมเหรอ มารี " หญิงสาวผมสีดำสนิทถอนหายใจน้อยๆ เธอมีดวงตาสีคล้ายคลึงกับเส้นผมยาวสลวยที่มวยเอาไว้ ร่างสูงโปร่งเหมือนนางแบบผิดกับเพื่อนสาวตรงหน้า " ฉันจะขอกลับไปด้วย...จะไปหาน้อง " " ก็ไปดิ..ใครว่าล่ะจ้ะ...ว่าแต่...เราไปช้อปกันต่อเหอะ " ว่าเสร็จสาวน้อยก็เดินลิ่วๆเข้าไปในร้านที่เพิ่งมองกระเป๋าสุดหรู ทิ้งให้เพื่อนสาวถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายการทำตัวเหมือนเด็กของเจ้าหล่อน อายุก็ 16 แล้วแต่ยังทำตัวเป็นคุณหนูไฮโซ ทำอะไรไม่เป็น แต่เอาเถอะ...ลงว่าใช้นามสกุล ่ซิลเวอร์เทียร์ ่แล้วล่ะก็ชาตินี้คงไม่มีวันจนหรอก " มารี...มาช่วยเขาเลือกกระเป๋าหน่อย " ร่างเล็กตะโกนออกมาจากในร้าน หญิงสาวร่างโปร่งถอนหายใจรอบที่เกือบร้อยของวัน " จ้าๆ "
" ใช่ๆเรากำลังบินกลับมาอังกฤษ กลับกันมารี...แล้วก็.... " หญิงสาวร่างบางนั่งทบทวนอยู่ท่ามกลางเสียงคลื่น นึกย้อนถึงเหตุการณ์ก่อนวันที่จะเดินทางกลับประเทศอังกฤษ
" หา!!!!!!!!!! จะกลับทางเรือสำราญ " หญิงสาวร่างสูงโปร่งตะโกนลั่นห้องพักสุดหรูกลางตัวเมืองโตเกียวประเทศญี่ปุ่น "ถูกต้องมารี เพื่อนเลิฟ " ออโรร่าว่าพลางยกมือที่ตอนนี้เธอกำลังแต่งเล็บอยู่ขึ้นมาผิวเล็บสีชมพูนวลถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงเลือดนก และกากเพชรสีทองตามที่เจ้าตัวชอบขึ้นมาดูอย่างระรื่น หญิงสาวเป่าลมเบาๆให้มันแห้งเร็วขึ้นก่อนจะมองไปที่เพื่อนสาวร่างสูงที่นั่งทำหน้าตาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เธอพูดไปแล้ว " ไม่เชื่อ...ดูนี่ได้เลย " กระดาษสีจัดจ้านอาบมันอย่างดีปลิวตกจากมือสวยๆของคุณหนูไฮโซ ไปที่เพื่อนสาว มารีหยิบขึ้นมาดูก่อนจะทำตาโตเมื่อเห็นว่านี่คือบัตรสำหรับล่องเรือสำราญชั้นหรูเลิศ ที่มีแต่คนที่เงินหนาจริงๆเท่านั้นที่จะไปใช้บริการได้ และตั๋วนี่ก็เป็นการล่องเรือทริปพิเศษที่จะล่องจากตุรกีไปยังสหราชอาณาจักร " ฉันดูๆแล้วถ้ากลับจากที่นี้ มีหวังปีนี้ก็ไม่ถึงอังกฤษ เลยจะไปแวะที่ตุรกีเสียหน่อยแล้วค่อยลอดช่องแคบยิบรอนต้าไป ตอนลอดช่องแคบน่ะ เราจะล่องเรือเล็กๆไป ก่อนจะไปขึ้นเรือใหญ่ที่จอดรออยู่อีกฝั่ง " ออโรร่าพูดแบบอารมณ์ดี ดูพอใจที่สีเล็บของเธอออกมาสวยสด ผิดกับเพื่อนของเธอที่นั่งกุมขมับด้วยความปวดหัวสุดๆ " แล้วทำไมไม่กลับเครื่องเล่า แม่คุณ แวะตุรกีทำไม " มารีถาม อีกฝ่ายยิ้มระรื่น " ก็แหม...พอดีอยากกินขนมที่แบบอาหรับ มีขายที่บาซาร์ในอิสตันบูลทีเดียวด้วย " " เลยถ่อไป " สาวผมดำถามแบบเครียดๆผิดกับสาวผมน้ำตาล " ถูก...แวะซื้อพรมฝากปะป๋า อ้อ!...เครื่องเงินสวยๆเพื่อคุณแม่ด้วย "ออโรร่าพูดก่อนจะเดินเอาขวดน้ำยาทาเล็บของแพงสีสดไปวางไว้ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง สาวน้อยส่องกระจกดูใบหน้าตัวเอง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพออกพอใจที่ตัวเองดูสวยแล้ว ร่างเล็กทิ้งตัวลงที่นอนหลังจากเดินกลับมา " แล้วไม่คิดจะกลับเครื่องเหรอ " มารีถาม ด้วยว่าการกลับด้วยนกเหล็กนั้นสะดวกสบายและถึงที่หมายเร็วดีมาก แม่สาวน้อยชื่อเหมือนเจ้าหญิงในนิทานพ่นลมออกจากปากเคลือบลิปกลอสอย่างเซ็งๆ " ก็...เบื่อเครื่องแล้วนี่...อยากกลับแบบอื่นบ้าง พอดีเขามีทริปนี้พอดี เลยจัดการจองซะ " เพื่อนสาวหรี่ตามอง หยิบบัตรขึ้นมาดูรายละเอียดที่เขียนไว้ตรงริมๆ พลางส่งสายตาเครียดๆไปที่ออโรร่า " แต่เท่าๆที่ฉันดู มันไม่ได้มุงกลับอังกฤษเลยนี่นา " เธอถาม เด็กสาวพยักหน้า " ก็ใช่ไง... " " มันจะไปล่องแถวๆไอซ์แลนด์นะ " มารีถามต่อ " อืมๆ เราจะล่องเรือกันสัก 2-3 วันแล้วค่อยกลับอังกฤษนะ " " เธอจะอ้อมไปอ้อมมาทำไม " หญิงสาวร่างสูงโปร่งเอนหัวลงกับพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยใจแบบสุดๆ แต่ด้วยภาระหน้าที่แล้วยังไงก็ต้องตามใจแม่ผมน้ำตาลทองมีปอยแดงตรงหน้า " เอาน่ามารี คิดซะว่าเที่ยวพักผ่อน " " เที่ยว...พักผ่อน...นี่เธอ...เธอเที่ยวที่ญี่ปุ่นไม่พอเหรอย่ะ " อีกฝ่ายขึ้นเสียงน้อยๆ ออโรร่ายิ้มแห้งนิดๆก่อนจะกลับมาตีหน้าเปื้อนรอยยิ้มไร้เดียงสาเช่นเดิม " ยังอ่ะ...ฉันมาญี่ปุ่นเพื่อซื้ออนิเมไปฝากน้อง แต่ถ้าไปตุรกีฉันจะไปซื้อของโบราณ " "ตามใจเธอเถอะจ้ะ...แค่คุณพ่อเธอจ้างฉันให้เป็นบอดี้การ์ดเธอ ฉันก็พอใจแล้ว " มารีว่าพลางเก็บบัตรเรือสำราญลงกระเป๋าเอกสารสำคัญที่เธอมีหน้าที่ดูแลลงไป ออโรร่าที่นั่งฟังอยู่กระโดดเด้งออกมาจากเตียงเข้ากอดเพื่อนสาวคนสวยเจ้าระเบียบเหมือนน้องสาวตัวเล็กกอดพี่สาว "แหม มารีอ่ะ....แต่เขาไม่เคยทำแบบว่าเธอเป็นคนใช้เลยนะ เธอเป็นเพื่อนและพี่สาวของฉันที่สุด " คนถูกโดดกอดยิ้มน้อย ลูบหัวเพื่อนตัวเล็กตรงหน้า " จ้ะๆ ถ้างั้นก็เตรียมเก็บของได้แล้ว " " อืมๆเก็บเลย เราจะขึ้นเครื่องตอนเย็นนี้ " เด็กสาวว่า ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง " หา!!! เย็นนี้ " " ใช่จ้ะ...เย็นนี้ " " โอย...ฉันล่ะปวดหัว " บอดี้การ์ดสาวยกมือขึ้นกุมขมับ ก่อนจะเดินออกไปเพื่อเตรียมเก็บข้าวของ โดยที่มีออโรร่ายืนส่งยิ้มไร้เดียงสา(แต่น่าตีสุดๆในสายตาของมารี)
" จะไปขึ้นเรือที่ไหน " ร่างสูงโปร่งของมารีถามขึ้นมา หลังจากที่เพิ่งโดยสารรถมาลงที่ท่าเรือ ดวงตาสีนิลจ้องมองไปที่เพื่อนสาวร่างเล็กที่กำลังแทะขนมหวานที่ซื้อมาเป็นกระบุงโกย ดีที่ให้พวกการ์ดคนอื่นๆขนของๆแม่คุณหนูไฮโซนี่ไปที่เรือแล้ว แต่ในวันสุดท้ายที่จะอยู่ที่ตุรกี แม่เจ้าประคุณก็ยังอุตส่าห์ลากเธอไปซื้อของเพิ่มมาอีกตั้งแต่เช้า และก็มาถึงท่าเรือในเวลาจวนเจียนเต็มแก่ " ตรงโน้นไง...อเล็กซ์มารออยู่แล้ว " ร่างเล็กที่กำลังแทะขนมหวานพื้นเมืองชี้ไปที่ท้ายสุดของท่าที่หนาแน่นไปด้วยเหล่าฝูงชน มารีเลิกคิ้วน้อยๆ " อเล็กซ์ คุ่หมั้นความจำเสื่อมของเธอนะเหรอ " ออโรร่าพอได้ยินแบบนั้นก็รีบหันมาทำจุ๊ปากทันที " ไม่เอาน่า...อย่าพูดไปเชียว ทางบ้านเขาฝากฉันกำชับมาด้วย " " เรื่อง??? " มารีถามกลับ " อย่าไปพูดว่าเขาความจำเสื่อม ทำเป็นปกติ " เด็กสาวผมน้ำตาลตอบ มารีพยักหน้าน้อยๆ " จ้ะ...เจ้านาย ไปเร็วเข้าคนเยอะแล้ว " สาวร่างโปร่งคว้าเอาถุงหนังใส่ข้าวของที่เพื่อนเพิ่งซื้อมาเมื่อครู่ขึ้นสะพายไหล่ ก่อนจะคว้ามือเล็กๆของออโรร่าจอมดื้อวิ่งไปตามทางที่ไปสู่เรือสำราญที่จองเอาไว้ ออโรร่ายิ้มชอบใจวิ่งตามเพื่อนไป " ค่า คุณบอดี้การ์ดคนสวย " เธอว่าแต่ดูเหมือนเพื่อนสาวจะไม่ได้ยินเพราะเสียงฝูงชนที่จอแจ ดวงตาสีนิลจ้องมองแผ่นหลังในสูทสีเทาเกือบดำด้วยความรู้สึกอบอุ่น เสียงหวูดเรือดังเป็นระยะๆเมื่อใกล้ถึงเวลา ...ขอบคุณนะมารี...ที่คอยเอาใจใส่ฉันน่ะ...
ออโร่าพร้อมด้วยมารีเดินขึ้นไปบนเรื่อสำราญที่ถือได้ว่าหรูเลิศและยิ่งใหญ่ไม่น้อยหน้าเรือสำราญใดๆบนโลกนี้ เสียงฝูงชนกู่ร้องดังก้องยามที่จักรกลเหล็กสีดำมันปลาบค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากท่าเพื่อที่จะล่องไปตามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอันเป็นสีเขียวมรกตสวยงาม หญิงสาวผมน้ำตาลแซมด้วยสีแดงจ้องมองไปที่ท่าเรือตุรกีที่ตอนนี้กำลังเล็กลงเรื่อยๆเมื่อเรือแล่นออกจากท่า ร่างเล็กมองดูอย่างเหงาหงอยอยู่ครู่หนึ่ง เสียงของเพื่อนสนิทก็ปลุกเธอเสียก่อน " ออโรร่า...เป็นอะไรไปดูเหม่อลอยเชียว ไปที่ห้องกันเถอะ " " อืมๆ...ว่าแต่เธอเห็นอเล็กซ์บางไหม ตั้งแต่ฉันขึ้นเรือมาก็ไม่เจอเลย " เด็กสาวถาม มารีส่ายหน้า " เธอนัดเขาไว้ที่ไหนล่ะ " " ตรงหน้าบาร์เครื่องดื่มที่ดาดฟ้าเรือ แต่เมื่อกี้ส่งคนไปดูแล้วก็ไม่เจอ " มารีนิ่วหน้าน้อยๆ " หลงรึเปล่า คู่หมั้นเธอยิ่งเอ๋อๆอยู่ด้วย " ออโรร่ายิ้มๆ ก่อนจะพูดเสียงใส " นั้นนะสิ...เอางี้กลับไปที่ห้องก่อนแล้วกัน " ว่าแล้วก็ควงแขนเพื่อนสาวเตรียมเดินเข้าไปข้างในตัวเรือ มารีหัวเราะพลางหยิบของบางอย่างให้ออโรร่าดู ร่างบางยิ้มน้อยเมื่อรู้ว่าเป็นอะไร ของที่เธอกับมารีไปซื้อมาตอนเช้า " อืม...ข้าวของเธอเยอะมากเลยจ้ะแม่คุณ " มารีว่า ออโร่าทำหน้างอนๆ แต่ยังยิ้มอยู่ " แหมๆ...ของฝากคนอื่นเขาทั้งนั้น อย่าพูดงั้นจิ " บอดี้การ์ดสาวหัวเราะไม่ว่าอะไร ร่างเล็กยิ่งยิ้มไม่หุบ พากันเดินควงไปที่ห้องพัก มารีรู้สึกออกจะแปลกๆที่เหมือนมีลูกแมวมาคอยเกาะไม่ปล่อยแบบนี้แต่เพราะเธอเกิดมาตัวคนเดียว จะมีน้องสาวดื้อดึงเอาแต่ใจน้อยๆแบบนี้จะเป็นอะไรไป
" หน้าห้องฉันเออะอะไรกันอยู่นะ " ออโรร่าทักขึ้นมา เมื่อเห็นหน้าห้องสูทสุดหรูที่จองไว้เต็มไปด้วยกลุ่มคนในชุดสูทสีดำแบบบอดี้การ์ดเต็มยศกำลังมุงอยู่กับใครคนหนึ่งที่เธอเห็นไม่ถนัด ดูจากท่าทางและน้ำเสียงแล้ว เหมือนกำลังจะมีเรื่องกันกลายๆ " เหมือนว่ากำลังมีปัญญหานะ เดี้ยวฉันไปดูเอง " มารีพูดก่อนจะเตรียมเดินออกไปที่คนกลุ่มนั้น อีกฝ่ายยิ้มระรื่น "พึ่งได้จริงๆเลยเพื่อนฉัน " " ก็เป็นการ์ดเธอนี้นา... " สาวร่างสูงตอบยิ้มๆ แม้จะดูแล้วเป็นยิ้มที่ดูน่าเหนื่อยใจอยู่ก็ตาม ในวงล้อมของเหล่าชายร่างกำยำสวมสูทสีดำ และวสวมแว่นกันแดดแบบพวกบอดี้การ์ดตามหนังแล้ว ก็ปรากฏร่างสูงของชายหนุ่มผมซอยสีน้ำตาลอ่อน ที่มีดวงตาสีตัดกับเส้นผมคือสีเขียวมรกตนั้น อายุดูแล้วไม่น่าจะเกิน 25 ไปเสียได้ เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดและกางเกงยีนส์ตัวโคร่งที่สบายๆ จนดูไม่เหมาะที่จะเป็นแขกบนเรือสำราญหรูเลิศแบบนี้ ใบหน้าที่เรียกได้เลยว่าดูแล้วเป็นคนหน้าตาดีกำลังมีท่าทีลำบากใจอยู่ไม่น้อยที่ถูกล้อมกรอบด้วยเหล่าชายร่างถึงที่แทบจะหักกระดูกเขาได้เลยถ้าทำอะไรตุกติกแม้เพียงนิดเดียว " นายมาทำอะไรหน้าห้องมิสซิลเวอร์เทียร์ " หนึ่งในเหล่าชายสูทดำถามขึ้นมา อีกฝ่ายยิ้มแหยๆตอบไป " เอ่อ...คือ...ผม...เป็น...คู่หมั้นเธอ " สิ้นซึ่งคำตอบเหล่าคนตรงหน้าดูมีท่าทีที่แทบจะหักคอเขาให้ตายอยู่ตรงนั้น มือของใครคนหนคึ่งกระชากคอเสื้อเขาไว้แน่นพลางตะคอกเสียงลั่น " อย่ามาโกหกนะ...คุณหนูไม่เห็นบอกเลยว่านาย... " หนุ่มผมน้ำตาลกำลังจะอ้าปากบอกกับเหล่าการ์ดเข้ม ก็มีเสียงใครคนหนึ่งหยุดวงสนทนาดุเดือดเสียก่อน " เออะอะไรกันนะ " ทุกคนหันไปมองก็พบกับมารี ยืนมองพวกเขาด้วยตาน่ากลัวราวกับคาดโทษเอาไว้แล้ว มือที่จับคอเสื้อของชายหนุ่มผมตาลหลุดออก ทั้งหมดพร้อมใจกันก้มหัวเคารพหญิงสาวร่างสูงอย่างแทบไม่น่าเชื่อ และเรียกเธออย่างให้ความเคารพ " คุณสมิธ " " มีอะไรกันถึงมาเออะหน้าห้องออโรร่า " สาวสวยผมดำถามเรียบๆ แต่แฝงความกดดันไว้ในน้ำเสียง " ขอโทษด้วยครับ คือว่าหมอนี้... " คนที่จับคอเสื้อของชายหนุ่มผู้มอซอชี้ไปที่เจ้าตัว มารีหันไปตามที่ทิศทางที่มือชี้ ดวงตาสีดำเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นหนุ่มผมน้ำตาล " อ้าว...คุณอเล็กซ์นี่ มาทำอะไรที่หน้าห้องยัยออโรร่ากัน " " คือผมไปรอเขาที่หน้าบาร์แล้วไม่เจอก็เลยมาหาที่ห้อง กะว่าจะเข้าไปหาแต่โดนการ์ดคุมไว้อ่ะครับ " เขาตอบพลางหัวเราะแห้งๆ " เจ้าพวกหน้าโง่...นี่คู่หมั้นคุณหนู...ไม่รู้เรื่องเลยหรือไงเล่า " หญิงสาวร่างสูงหันไปตวาดใส่เหล่าบอดี้การ์ดที่ตอนนี้แน่ชัดแล้วว่าเป็นหนึ่งในหน่วยคุ้มกันเพื่อนสาวของเธอ และเป็นลูกน้องเธอด้วย " ขออภัยครับ คุณมารี " เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะสนทนาของมารีกับเหล่าลูกน้อง เมื่อหันไปก็พบกันหนุ่มร่างสูงในชุดสีดำสนิทเหมือนเหล่าการ์ด เพียงแต่เขาไม่ได้ใส่แว่นดำ ชายหนุ่มมีเส้นผมสีดำไม่ต่างจากมารีเพียงแต่ยาวเกือบจรดเอวและถูกมัดเอาไว้ แววตาของเขาคมชัดไม่วอกแวกแม้แต่น้อย ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร มารีก็ตวาดทันที " ฟง...นายหายไปไหนมา " อีกฝ่ายฝ่ายก้มหัวเป็นเชิงขอโทษ " ขอโทษครับ ผมไปดูแลข้าวของของคุณหนูมา " " เหลวไหลที่สุด นายเอาลูกน้องที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งคู่หมั้นคุณหนูมาคุมหน้าห้องได้ไง สะเพร่าจริงๆ " สาวร่างสูงไม่หยุดการต่อว่าหนุ่มตาคม เขาไม่พูดโต้เถียงอะไรเลยแม้แต่น้อย " ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ " มารีถอนใจ ก่อนจะเอ่ยปากไล่ " ไปกันได้แล้ว คุณหนูต้องการพักผ่อน " " ครับ " ทั้งหมดก้มหัวรับคำสั่งและพากันจะเดินไป " เดี้ยวก่อน...ข้อหาที่ทำงานหละหลวม พวกนายต้องโดนตัดเงืนเดือนลงครึ่งหนึ่ง " เหล่าการ์ดหน้าซีดเมื่อได้ยิน ยกเว้นก็แต่พ่อหนุ่มผมยาวที่ชื่อฟงเท่านั้น ทั้งหมดก้มหัวรับโทษที่หัวหน้าสาวมอบให้ แต่ทว่าร่างเล็กที่ยืนฟังอยู่นอกวงสนทนาก็แทรกขึ้นมา " ไม่เอาน่า...มารี " " ออโรร่า " มารีเรียกชื่อเพื่อนด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะยกโทษให้เจ้าการ์ดหัวทึบพวกนี้ ออโรร่าเดินเข้ามาในวงล้อมของเหล่าการ์ด ทั้งหมดทำเคารพหญิงสาว " ช่างเถอะจ้ะ...พวกเธอไม่รู้นี่นาว่าเขาเป็นคู่หมั้นฉัน เพราะงั้นแล้วก็แล้วไปเถอะ " " แต่ว่า " หญิงสาวผมดำเตรียมที่จะแย้ง แต่สาวน้อยผมน้ำตาลทองแซมแดงก็ตัดบทเอาดื้อๆ " ไม่มีแต่จ้ะมารี...พวกเธอไปพักผ่อนเถอะ เหนื่อยกันมาตั้งนานแล้ว " " ขอบคุณครับคุณหนู " เหล่าชายกำยำการ์ดของออโรร่าพากันเอ่ยขอบคุณเจ้านายคนสวย พลางหน้าแดงที่คุณหนูยิ้มให้อย่างอ่อนโยน แต่พอหันไปเห็นสายตาที่แทบจะหักคอเอาของมารีหัวหน้าการ์ดผู้เป็นเพื่อนสนิทของออโรร่าเข้า ก็พากันรีบทิ้งตัวออกห่างไปที่พักตนเอง ยกเว้นก็เพียง ฟง หนุ่มตาคมที่ถูกใครคนหนึ่งเรียกเอาไว้ " ฟง " " ครับ คุณหนู " ชายหนุ่มหันมาหานายน้อยของตน ใบหน้าหวานๆของออโรร่ายิ้มให้ " ขอบคุณมากนะ ที่ไปช่วยตรวจสอบของให้ " "ไม่ป็นไรครับ คุณหนู เพื่อคุณหนูผมทำได้อยู่แล้ว " เขาตอบเรียบๆพลางเดินออกไป มารีมองตามหนุ่มร่างสูง ก่อนจะไปสะดุดที่เหล่าการ์ดที่ยังมัวแต่แอบดูคุณหนูคนสวยอยู่ตรงมุมทางเดิน เห็นดังนั้นแม่เสือสาวมารี อาค สมิธ ก็ตะโกนไล่เสียงเข้ม " ไปได้แล้ว พวกแกนะ " ทั้งหมดสะดุ้งเฮือกก่อนจะพากันหายไปทันที ออโรร่าดึงแขนเสื้อเพื่อนสาว " มารี อย่าไปดุเขาสิ " " ไม่ได้ดุได้ไง ทำงานหละหลวม เป็นการ์ดแน่เหรอเปล่า " ร่างสูงบ่นน้อยๆ " หัวหน้าการ์ดคุณยังเฮี้ยบเหมือนเดิมเลยนะครับ ออโรร่า " เสียงของตัวต้นปัญหาดังขึ้น หลังจากโดนทิ้งให้ไร้บทมานาน ออโรร่าหันไปหาคู่หมั้นหนุ่มที่ยืนยิ้มอยู่หน้าห้อง ก่อนจะโดดกอดเหมือนเด็กหญิงตัวเล็กๆที่ได้เจอกับพี่ชายอายุมากกว่า " อเล็กซ์ คิดถึงจัง " อีกฝ่ายก้มลงหอมแก้ม คู่หมั้นสาวเบาๆ " เหมือนกันเลยครับ อ้อ! ขอบคุณนะครับมารีที่ช่วยผมไว้ " หนุ่มผมน้ำตาลหันไปหาหญิงสาวร่างสูงที่ยืนเหม่อลอยไปตรงทางเดินที่เหล่าการ์ดเดินไป พลันเธอก็รู้สึกตัวที่อเล็กซ์เรียกเลยหันไปหา " ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นหน้าที่ " " มารีใจร้าย...ถ้าอยู่นอกจากหน้าที่เธอจะไม่ช่วยเขาเหรอ " ออโรร่าพูดงอนๆ พลางแกล้งบีบน้ำตาให้ไหลลงมานัยว่าน่าสงสาร แต่เพื่อนสาวกับถอนหายใจก่อนจะเดินไปดีดนิ้วใส่หน้าผากคุณหนูสุดเปรี้ยว น้ำตาที่แกล้งไหลเลยกลายเป็นไหลเพราะเจ็บขึ้นมาจริงๆ " เจ็บน่ะ! " ร่างเล็กท้วง " อย่างอแง...เครื่องสำอางค์เลอะแล้ว...ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไป " " จ้ะ...รักมารีจัง " หล่อนว่าอย่างร่าเริง พลางโดดกอดเพื่อนสาวทีหนึ่งแล้วเตรียมเดินเข้าห้องไป " งั้นเดี้ยวตอนเย็นเจอกันอีกทีนะ ออโรร่า " อเล็กซ์โบกมือลา สาวน้อยยิ้มๆก่อนจะตอบเสียงใส ถึงจะเดินเข้าห้องไป " จ้า! " " งั้นผมขอตัวกลับห้องก่อนนะครับ " ชายหนุ่มผมน้ำตาลหันมาหามารี ที่เหม่อลอยอีกครั้ง หญิงสาวร่างสูงดูตกใจเล็กน้อยแต่ก็มีท่าทีสำรวมก้มหัวรับคำพูดอีกฝ่าย แล้วจึงกล่าวๆเบาตามมารยาท " ตามสบายค่ะ " หนุ่มผมน้ำตาลยิ้มให้ก่อนจะเดินไปอีกทาง มารียกมือขึ้นดูนาฬิกา เธอถอนใจเมื่อเห็นว่านี่เกือบจะ 5 โมงเย็นแล้ว หญิงสาวตัดสินใจจะกลับห้องไปพักผ่อน แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะเดินพ้นหน้าห้องเพื่อนสนิท ก็โดนเจ้าของห้อง(ที่เพิ่งเข้าไปไม่ถึงนาที) ลากเข้าไปในข้างในเสียก่อน " มารี " " หือ??? " มารีทำหน้าเซ็งๆ ที่โดนออโร่าลากเข้ามาขณะกำลังจะไปนอนพักเอาแรงที่ห้อง ร่างเล็กผมทองมองเพื่อนสาวด้วยสายออดอ้อน + เว้าวอนเล็กๆ " มาช่วยฉันเลือกชุดไปเที่ยวตอนกลางคืนนี้หน่อยสิ " " ชุดไหนก็ได้ใส่ไปเถอะ " "ไม่เอา!!~ ฉันจะให้มารีเลือกให้ " ออโรร่ายืนยันความตั้งใจ มารีได้แต่ส่ายหัว " โอเค ๆ " เด็กสาวผมน้ำตาลทองแซมแดงยิ้มพราย ที่สามารถลากเพื่อนมาได้สำเร็จ
" เออ...ใช่ๆ ....หลังจากขึ้นท่าเรือที่ตุรกี...เราก็ไปที่เรือเตรียมพร้อมสำหรับไปงานเลี้ยง...แล้วต่อจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้นน่ะ " ร่างเล็กผมน้ำตาลทองนั่งนิ่งคิดอยู่ท่ามกลางหายทรายขาวเนียนตาและมีเสียงคลื่นสาดซัดไปมา "อ๋อ...ใช่...เราไปงานเลี้ยง...สนุกเต็มที่...วันต่อมาก็ลงเรือที่ช่องแคบ...ไปต่อเรือที่จอดรอในน่านน้ำอังกฤษ " เหตุการณ์ในอดีตเริ่มชัดเจนมากขึ้น " แล้วหลังจากนั้น...อ๋า...ใช่แล้ว...เรา..... " เด็กสาวนึกขึ้นได้ เมื่อความทรงจำได้ย้อนไป สาเหตุที่ทำให้เธอต้องมาอยู่ที่นี้ เหตุการณ์ในคืนนั้น!!! ---TBC----
นิยายเรื่องแรงที่แต่งแล้วกล้าเอามาลง อ่านแล้วก็ช่วยติชมด้วยนะค่ะ เพื่อพัฒนาการที่ดีขึ้นของคนเขียน (ตอนสองยังปั่นไปได้แค่ครึ่งตอน) ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม + อ่าน + Comment นะค่ะ ขอบพระคุณค่ะ [Fic Bleach]ดวงดาวกับหมาข้างถนนBleach Fan Fiction : ดวงดาวกับหมาข้างถนน
ข้ารู้สึกผิด...ตั้งแต่วันที่ข้าปล่อยมือตนเองไปจากเจ้า... ผิดจน....เจ็บปวด... ข้ารู้ดีว่าข้ากับเจ้าเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้ว เราสองคนห่างไกลเกินไปแล้วสำหรับคำว่า..."สหายสนิท"... ข้าผิดเองที่ปล่อยเจ้าไป ................................................................ ข้ากับเจ้า สนิทกันมากที่สุดในกลุ่ม อาจเป็นเพราะเราเข้ากันได้ในหลายๆเรื่อง กลุ่มเล็กๆของพวกเราอยู่ได้โดยมีเจ้าเป็นจุดกลาง เจ้าซึ่งเป็นหญิง และข้าซึ่งเป็นชาย น่าแปลกที่เราทั้งคู่สนิทกันมาก จนข้าลืมอะไรบางอย่างไป ...บางอย่างที่สำคัญมากๆ... นับจากวันที่เราเหลือกันแค่สองคน ข้าก็สาบานกับตัวเองไว้แล้วว่า ข้าจะเป็นเพื่อนที่สนิทกับเจ้ามากที่สุด จะไม่ทิ้งเจ้าเด็ดขาด คำสาบานนั้น เหมือนกับว่าข้าจะขอตามเจ้าไปตลอดกาล ...จนวันหนึ่ง...ทุกอย่างก็เข้าสู่จุดเปลี่ยน " ข้าจะไปเป็นบุตรบุญธรรมตระกูลคุจิกิ " " ข้า.... " ตอนนั้นข้าพูดไม่ได้...ว่าข้าไม่อยากให้เจ้าไป...พูดไม่ได้เพราะว่าข้าไม่อยากจะเป็นตัวถ่วงเจ้า...ข้าอยากให้เจ้าเจอแต่ความสุข ทั้งที่ข้ารู้ดีว่าถ้าในตอนนี้ข้าปล่อยมือจากเจ้าไป ข้าจะเสียเจ้าไปตลอดกาล สุดท้ายข้าก็ส่งเจ้าด้วยรอยยิ้มเสียเต็มประดา ข้ายิ้มทำไม... ข้าหัวเราะส่งเจ้าเพื่ออะไร... น่าสมเพศนักตัวข้านี่... นับจากวันนั้น ระยะห่างของเราสองคนก็ไกลเหลือเกิน ไกลจนข้าตามไม่ทัน แม้จะวิ่งไปไขว่คว้าเท่าไหร่ ก็ไม่อาจเอื้อมทัน ข้าเอือมมือนี้รั้งเจ้าไม่ได้ รั้งไว้ไม่ได้แม้เพียงเศษเสี้ยวเลยเจ้ากลายเป็นน้องสาวของท่านเจ้าบ้านตระกูลคุจิกิ ส่วนข้าเป็นเพียงยมทูตชั้นล่าง ระยะทาง...ไกลออกไปทุกที... และหลังที่ข้าได้รู้ว่า...ท่านเจ้าบ้านรับเจ้าไปเพื่อเลี้ยงดูเจ้าเพียงเพราะเจ้าเหมือนภรรยาที่เสียไป ใจข้าเจ็บขึ้นมาเสียกระทันหัน หากท่านเจ้าบ้านนั่นเห็นเจ้าเหมือนกับภรรยาที่เสียไปและรับเจ้าเป็นภรรยา ข้าจะทนได้ไหม ข้าจะทนเห็นเจ้าเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่ข้าได้หรือไม่??? นับแต่วันที่ข้าปล่อยเจ้าไป ข้าก็ได้รู้ว่าสิ่งสำคัญบางอย่างที่ข้าลืมไป บางอย่างที่สำคัญนั่น... คือ...ข้ารักเจ้า.... แต่ทว่ากว่าที่ข้าจะรู้ตัวว่าข้ารักเจ้า กว่าจะรู้ว่าคำว่าเพื่อนสนิทที่มีให้มันเปลี่ยนแปลงไปเป็นคำว่ารัก มันก็สายเกินไปเสียแล้ว...เจ้าไปอยู่ในที่ที่ข้าเอื้อมไม่ถึง ไขว่คว้า จับจ้อง ตะเกียกตะกายเท่าใด ข้าก็ไปไม่ถึงเจ้า ไม่อยากเชื่อเลยว่า..."ฐานะ"...ทำให้เราสองคนห่างไกลกันขนาดนี้ ห่างไกลจนเหมือนว่าจะไม่มีวันไปถึง... ข้ารู้ดีว่าความรักของข้าคงส่งไปไม่ถึงเจ้า ข้ารู้ดีว่าข้ารักเจ้าอยู่เพียงผู้เดียว และด้วยสันดานเสียๆของข้า ข้าก็ไม่เคยปริปากพูดถึงเรื่องความรู้สึกของข้าที่มีต่อเจ้าเลยแม้สักน้อย แม้แต่พูดคุยให้เหมือนเพื่อนสนิทก็ทำไม่ได้ และเพราะแบบนั้น...เจ้าถึง...โบยบินจากข้าไป เจ้ารักชายหนุ่มคนนั้น... คนที่ไม่ใช่ข้า... คนที่องอาจ เข้มแข็ง มุ่งมั้น บ้าบิ่นคนนั้น เป็นชายที่ข้านึกอิจฉาในความสามารถของเขา ที่สามารถกลมกลืนกับทุกชนชั้น แม้เป็น 1 ใน 4 ตระกูลขุนนางใหญ่ก็มิถือตัว แม้แต่ท่านเจ้าบ้านคุจิกิเองก็ยังยอมรับ และสำคัญที่สุดคือเขาเป็นผู้ได้หัวใจเจ้าไปครอง แม้ว่าเขาจะไม่รู้เลยสักนิดว่าเจ้ารู้สึกอย่างไรกับเขา มิหนำซ้ำเขายังมีภรรยาที่เพียบพร้อมอยู่แล้ว ความรู้สึกปวดร้าวของเจ้าข้ารู้ดี ข้าเข้าใจแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ จนวันที่เขาผู้นั้นตาย โดยที่เจ้าบอกว่า เจ้าเป็นคนฆ่าเองกับมือ แต่ดวงตาสีนิลอันแสนเศร้าสร้อยของเจ้า ทำให้ข้ารู้ว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด เจ้าเพียงแต่ป้องกันตนเอง แต่ทว่าคมดาบที่ปักลงไปบนร่างของเขานั้น ข้าไม่รู้เลยว่ามันปักหัวใจเขา หรือเจ้ากันแน่ ข้าช่วยอะไรเจ้าไม่ได้แม้สักนิด แม้แต่พูดจาปลอบขวัญก็ยังทำไม่ได้ ข้าอ่อนแอเกินไป และข้ายังนึกชิงชังตัวเองยิ่งนักที่รู้สึกดีใจลึกๆที่คนผู้นั้นตายไป ทั้งๆที่ก็รู้แก่ใจตนเองว่าถึงเขาจะตายไปจากโลกแห่งความจริง แต่ในหัวใจเจ้าเขาไม่เคยตายไปแต่กลับฝังรากลึกอยู่ในหัวใจของเจ้า หัวใจที่ไม่มีข้าอยู่เลยแม้สักนิด... แต่ข้าก็ยังพยายาม... พยายามแล้ว...พยายามเล่า... พยายามจนเหมือนว่า... ข้ากำลังทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้... นับแต่วันที่ท่านไคเอ็นจากไป เจ้าก็ดูเหมือนจะยิ้มอย่างฝืนๆหลายต่อหลายครั้ง...จนข้ารู้สึกได้ว่ามันน่าเศร้านัก...แต่ข้าก็ยังทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ทำอะไรไม่ได้เลยสักนิด ไม่นานท่านคุจิกิ เบียคุยะก็ได้เป็นหัวหน้าหน่วย ส่วนข้าก็ยังเป็นแค่หมาข้างถนนตัวหนึ่งท่ามกลางหมู่ชนเท่านั้นเอง เป็นเพียงเถ้าธุลีเล็กๆหากจะเอาไปเทียบกับท่านผู้สูงส่งของท่านชายคุจิกิ ยามข้าเดินผ่านเจ้าทีไหร่ ข้าเป็นต้องเดินผ่านหัวหน้าหน่วยคุจิกิด้วย ข้ายอมรับ แม้แต่จะเล่ห์สายตามองเจ้าข้าก็ไม่กล้าจะทำ เพราะข้ากลัว... ข้ากลัว...ว่าหากข้ามองเจ้า ข้าจะทนไม่ได้... ข้าจะทนเห็นเจ้าเดินเคียงท่านเขาไม่ได้... ข้าอาจจะทำเรื่องโง่ๆลงไป... เพียงเพื่อชิงให้เจ้าผู้ขึ้นไปบนฟากฟ้านั้น... ได้โน้มลงมาหาข้าอีกครั้ง... แต่สุดท้าย... ข้าก็ได้แต่ปล่อยให้เจ้าเดินผ่านข้าไป... ไกลแสนไกล... เสียงฝีเท้าของเจ้าและเจ้าบ้านคุจิกิที่ห่างไกลออกไปทำให้คนอย่างข้าต้องทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างสิ้นแรง เหงื่อข้าไหลจนโซมกาย ทั้งหวาดหวั่นต่อพลังของชายสูงศักดิ์เจ้าของปิ่นดาวชายเลี้ยงโค และรู้สึกผิดเมื่อเห็นสายตาที่อาวรณ์ของเจ้า เจ้าอาวรณ์ข้าเพราะอยากให้ข้าช่วยปลอบใจเจ้าที่เพิ่งผ่านการเศร้าโศก แต่ว่าข้าทำไม่ได้เพราะสบตาเจ้าข้ายังนึกกลัว แล้วจะให้ข้าช่วยพูดปลอบใจเจ้า ข้าคงทำไม่ได้หรอก... จุดเปลี่ยนฐานะของเราเริ่มเมื่อเจ้าไปอยู่บ้านคุจิกิ...
ไม่ว่าจุดเปลี่ยนใดก็ตาม... จากใจ M_Black : นี่ถือว่าเป็น Fiction เรื่องแรกที่เอามาลงต่อหน้าสาธารณะชนเลยน่ะนี่ แต่งไปได้ไงไม่รู้ อ่านเองแล้วอยากจะอ้วกเล็กๆ โคตรเลี่ยนเลย นี่ก็ดองไว้อีกเพียบแต่งไม่จบสักกะเรื่อง
เล็กๆน้อยๆ กับ [Spoil] Bleach 272-273 อ.คุโบะทำกันได้เนอะ หลอกให้ดีใจ แล้วตบหัวกันชัดๆน่ะค่ะ อ.คุโบะ ทั้งๆที่ตอนที่แล้ว ออกจะให้ กริมจอว์ มามาดพระเอก แต่ไหงพอมาตอนใหม่ 273 กลับทำให้คนอ่านหลังหักดังเป๊าะก็ไม่รู้ ไอ้เราก็แอบเชียร์ กริม-ฮิเมะ อยู่ ถึงกับอกหัก ช้ำใจไปเลย TT^TT แต่ก็น่ะ นิสัยอย่างหมอนี่ถ้าไม่โหดก็อยู่ใน Hueco Mundo ไม่ได้แน่ๆ ยิ่งพูด ยิ่งช้ำใจ พอดีกว่า [V6] 10th Original Album "Voyager"
「Voyager」<初回限定盤A:CD+特典DVD> AVCD-23409/B ¥3,800 (tax in) 新曲「Voyager ~ボイジャー~」Music Clip & SPECIAL MAKING MOVIEを収録!! 【CD】
【DVD】
「Voyager」<初回限定盤B:CD+特典CD>
AVCD-23410/B ¥3,500 (tax in)
特典CDにメンバー6人のソロ曲を収録! 【CD】
【特典CD】
「Voyager」<通常盤>
AVCD-23411 ¥3,059 (tax in)
V6初の試み!「グッデイ!!」(歌いわけ変えましたVersion)をボーナストラックとして収録!!
เหอๆ เอามาแปะ ให้ตัวเองช้ำใจเล่นๆ เพราะไงๆ ก็ไม่มีทางซื้อได้ครบทั้งสามปกหรอก คนมันจนนิ...TT^TT เกลียด GMM INTER!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ใจร้ายที่สุดเลย เชอะ! แปะรูปวาดเล่น...เน่าจนอยากปาทิ้ง-*-เอิ๊กๆ ไม่มีอะไร นอกจากอยากแปะรูปวาดเล่นช่วงนี้ มันก็ออกเน่าๆ บ้างตามประสาคนวาดรูปไม่เป็น (ที่เห็นนี้ซดบาร์คาดี+ครุยเซอร์ไป วาดไป เลยเละๆ แถมบางรูปเรียนไปวาดไป ไม่แปลกที่ถ้าคะแนนออกแล้ว ได้น้อยสุดๆ เอิ๊กๆ ) พูดพล่ามมาทำเพลง ทำเพื่อมานาน ราว 4 ชาติกว่าๆ แปะรูปเลยเถอะ (>0< อยากวาดรูปเก่งๆมั่งง่า~~~ อยากมีพรสวรรค์มั่ง กระซิกๆๆ แถมบ้านก็ไม่มีเครื่อง Scan ต้องใช้กล้องดิจิตอลถ่ายเอา เซ็งมั่กๆ) . . . เดาออกมั้ยเนี่ยใคร โดโรธีจาก เมล นั่นเอง (มันออกจะสาวผิดกับต้นฉบับนะเนี่ย)
อุ๊ย...เขินลล์ ภาพตัวละคร ออริจินัล คาแรคเตอร์จาก Harry Potter ที่กะให้นรกชัง สวรรค์แช่งมาคู่กับ ซีเรียส ชื่อเมลานี อายุเท่าแฮร์รี่เลย (กร๊าก~ ซีเรียสกินเด็ก)
จากนิยายที่ว่าจะแต่งแล้วก็ดอง(ตามเคย)
อยากวาดลายดอกไม้แค่นั้นแล กะเอาลงสีแล้วก็ดันถ่ายมาไม่ชัด เลยไม่ลงแหล่ะ
เอ่อ...คือ...โอริฮิเมะกับอุลคิโอร่า เวอร์ชั่น ดั่งดวงหฤทัยอ่ะ (จากBleach อ่ะ ดูแล้วไม่ค่อยจะคือเลย ถ้าอุลคิโอร่าจะรับบท เจ้าหลวงรังสิมันต์เนี่ย)
ใครก็ไม่รู้...(แหมๆ ซีเรียสนั้นแหล่ะค่ะ วาดเล่นๆ ด้วยความคิดถึง)
อยากวาดสาวน้อยที่ดูโลลิร็อคๆ หน่อย วาดตอนดูเกมโชว์ช่อง 3 (กล่องดำ)
เอ่อ...ผลงานตัดเส้น...ข้ามๆไปแล้วกัน (ภาพนี้เกลียดมากเลย -*- เน่าสนิท ตัดเส้นได้อุบาทว์จริงๆ)
ไฮธาวา แฟนกริมจอว์(BLEACH)จากฟิคท่านอิเลค มีแต่คนแซวว่า เซ็กซี่ (จริงอ่ะ?)
เมลานี (ว่าที่แฟนซีเรียส) แต่ยังไม่เสร็จนะ เริ่มขี้เกียจวาด
Spoil HP 7 ไม่อยากรู้เนื้อหาก่อน อย่าเปิดดูเลย กลิ้งเมาส์ลงไปดูรูปอื่นเถิดพี่น้อง . . .
ตัวละครในฟิค ลูก ศ.สเนป (อย่าทำหน้างั้นจิ) มีคนถาม ถ้าพ่อเป็นศาสตราจารย์สเนปจริง แม่เด็กคือใคร (ไม่บอกหรอก เดาเอาเอง)
อุลควิโอล่า สวมบท เจ้าหลวงรังสิมันต์??? (หล่อสู้ศรรามกับพี่เวียร์ได้มั้ยเนี่ย)
ท่านแม่อิซาโยอิ ในชุดกิโมโนที่ข้าพเจ้าออกแบบลายเอง (มาคิดๆแล้ว ทำไมเราไม่เรียนออกแบบแฟชั่นนะ)
วาดนานมาก เอาแบบมาจากClamp ได้เท่าที่เห็น -*- (แบบชุดคุณยูโกะจาก XXX Holic ) เป็นภาพที่ใช้เวลานานโคตรๆ
แถมนิดๆ ด้วยความอยากแปะ - - รูปลงสีวาดนานแล้วล่ะ แต่อยากแปะ ลูเคีย...อึ๋มเกินจริงไปหน่อย
นางเอกFicงับ
นางเอกในนิยายงับ...เจ้าตัวชอบสีแดงเลยใช้สีแดงเป็นหลัก
ชอบแบบชุดนี้ตั้งแต่ดูMV Rolling Star เลยวาดออกมาแต่จำรางเลือนเลยออกมาไม่เหมือนเท่าไหร่
คู่โปรดพอๆกับเส็ตรินเลยนะเนี่ย รักมากมาย
แอ๋ว...หมดแหล่ะ...ไปดีกว่า (เอาปี๊ปคลุมหัวเดินจากไป) ช่วงนี้ซึมๆเศร้าๆอย่างไงก็ไม่รู้ In the Time...I love You....02เนื้อหา Fiction เรื่องนี้ มีการกล่าวถึงฉากสำคัญต่างๆในเล่ม 7 ของ Harry Potter หากไม่ประสงค์จะรู้เนื้อเรื่องก่อน ปิดไปเลยค่ะ
.
.
.
.
.
.
. [Fiction Spoiler HP 7] In the Time...I....love....You.... 02 Waring : เนื้อเรื่องอาจจะไม่ตรงตามต้นฉบับบ้าง เพราะนี้เป็นเรื่องแต่ง คนเขียนอาจเปลี่ยนแปลงหรือเสริมเนื้อหาบางอย่างเข้าไปบ้าง ขออภัยหากทำให้อรรถรสในการอ่านลดลง
" สวัสดี...เธอมาจากไหนเหรอ.... " เด็กหญิงผมแดงถามผมแบบนั้น ผมนั่งอึ้งไป สารภาพตามตรงเลยคือผมจำไม่ได้เลยว่าผมตอบอะไรออกไป แต่กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรเปิ่นๆไป ร่างเล็กนั้นก็ยิ้มให้ผม พร้อมกับดึงแขนผมให้ลุกขึ้นจากม้านั่งยาว ภาพตรงหน้ามันรางเลือนราวกับผมฝันไป เด็กหญิงผมแดงพาผมไปหาเด็กอีกคนที่ผมมารู้ทีหลังว่าเป็นพี่สาวของเธอ ผมอดเปรียบเทียบเธอทั้งสองคนไม่ได้เลย ในเมื่อคนหนึ่งผอมชะลูด อีกคนผอมแต่ได้รูป หน้าตา...เอ่อ...สวยด้วย (ในความเห็นของผม) " เล่นด้วยกันนะ... " เธอชวนผม พลางยิ้มสดใสอีกครั้ง " ไม่...เอ่อ...ฉันไม่อยากเล่น " ผมปฏิเสธอย่างสุภาพ " ทำไมล่ะ...นั่งดูเราเล่นจะไปสนุกอะไร น่านะเล่นด้วยกัน " เธอยังไม่เลิกฉุดแขนผมให้ร่วมวงเล่นน้ำพุ ผมส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเดียว ไม่อยากจะเปียกปอนเหมือนลูกหมาตกน้ำกลับไปที่บ้าน " โอย...ลิน...เธอเลิกชวนหมอนี่เถอะ ถ้าเขาไม่อยากเล่นก็ไม่ต้องเล่น " เด็กผมสีทองร่างผมอมเกร็งพูด เล่นเอาผมฉุนกึกขึ้นมานิดๆ แต่ก็ยังเก็บอาการอยู่ ผมหันไปมองร่างเล็กที่ยื้อแขนผมอีกที แบบเต็มๆตาด้วย เธอมีสีหน้าที่ออดอ้อนนิดๆ ผมเงียบไปครู่ก่อนจะพูดอะไรแผ่วๆ ที่ทำให้คนฉุดแขนผมยิ้มร่า แล้วลากผมไปร่วมวงเปียกปอนกันทันที ให้ตายสิ...ผมต้องบอกมั้ยเนี่ย ว่าผมพูดอะไรออกไป สายน้ำที่สาดเป็นสาย กระเด็นกระดอนไปทั่วทุกทิศ.... เหมือนบางอย่างในจิตใจของผมที่เริ่มแตกซ่าน สาดกระเซ็นไปอย่างไร้การควบคุม ภายใต้ดวงอาทิตย์ร้อนแรง สายน้ำเย็นปลอบประโลมผมให้คลายร้อน เหมือนเด็กหญิงคนนั้น...คนที่สดใสเจิดจ้าเหมือนดวงตะวัน... เธอปลอบโยนผมหรืออย่างไร ............................. ................... " นี่ๆ เล่นกันมาตั้งเกือบชั่วโมงแล้ว...เธอชื่ออะไรเหรอ ฉันชื่อลิลี่ " เด็กหญิงผมแดงถามผม ผมหันไปสบตากับเธอ พยายามซ่อนความเขินอายเล็กๆน้อยๆบนใบหน้า แล้วอ้อมแอ้มตอบไปเบาๆ (พี่สาวเธอไม่อยู่...เดินไปซื้อไอศครีมรถเข็น) " เซเวอร์รัส....เซเวอร์รัส สเนป " อีกฝ่ายทำตาโตใส่ผม " โห...ชื่อแปลกจังนะ...แต่เพราะดีจังเลย ฉันก็..แนะนำไปแล้วนี่ แต่ของแนะนำอีกทีละกัน ฉันชื่อ ลิลลี่ ลี่ลี่ เอฟเวนส์ นะ " " เอฟเวนส์ " " อย่าเรียกนามสกุลสิ เราเป็นเพื่อนกันนะ " เธอว่า ทำหน้ามุ่ยๆ จนผมอดกลั้นหัวเราะไม่ได้ ไม่ทันไร ...ลิลลี่(ผมเรียกเธอในใจ) ก็เกาะหมับเข้าที่แขนข้างหนึ่งของผม ส่งสายตาซุกซนมาให้ จนผมหลบสายตา ถามเธอแทบไม่ทันที่มาเกาะแขนผมเอาแบบนี้ " นี่ๆ ฉันขอเรียกเธอว่าเซิรฟ์นะ...ได้มั้ย ชื่อเธอเรียก ยาวด้วย เรียกเซิรฟ์นะ " " ประหลาด " ผมพูดออกไปเด็กหญิงผมแดงหน้ามุ่ยอีกครั้ง " ประหลาดตรงไหน น่ารักดีออก นะ...เซิร์ฟ " ลิลลี่ลากเสียงเล็กน้อย นัยว่าน่ารัก เล่นเอาผมหน้าแดงแกล้งบอกปัดแบบรำคาญไป " ไม่เอาน่า อย่าเรียกแบบนั้น " " ก็จะเรียกนี่...น่านะ เซิรฟ์ " " เออๆ เรียกไปๆ เรียกตามสบาย " ผมยอมแพ้กับความดื้นดึงของเด็กคนนี้ อยากเรียกอะไรก็ตามสบาย ทั้งๆที่แม่ผมยังเรียกผมเต็มๆเลย แต่เอาเถอะ กรณีนี้ผมยกประโยชน์ให้จำเลย " อืม...งั้นเซิร์ฟก็ต้องเรียกฉันว่า ลิลลี่นะ... " " ลิลลี่ " ผมทวนคำ ลิลลี่ยิ้มกว้าง " ช่าย...เรียกแบบนี้นะ " การสนทนาช่วงต่อไปถูกขัดดด้วย เพ็ตทูเนีย (หรือทูนีย์ของลิลลี่) เดินมาพร้อมกับไอศครีมสามแท่ง ลิลลี่รับมาสองแท่ง ก่อนจะยื่นแท่งหนึ่งให้ผม ผมออกจะงงแต่ก็รับไว้ ในชีวิตผมไม่ค่อยได้กินของหวานเย็นแบบนี้มากนัก แต่ก็ไม่เลวนักหรอก ผมเอ่ยขอบคุณลิลลี่ที่เลี้ยงผม เธอยิ้มให้อีกครั้ง แก้มขาวๆแดงระเรื่อไปด้วยเลือดฝาดเพราะแดด ผมเองก็ภาวนาให้เธอคิดแบบนั้นกับแก้มของผมเช่นกัน....
เกือบสามเดือนกว่าๆ ที่ผมได้รู้จักกับสองพี่น้องเอฟเวนส์ ผมรู้อะไรๆจากพวกเธอมากขึ้นแต่ที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุดกลับเป็นเรื่องที่ลิลลี่ เป็นคนในโลกของพวกผม แต่ผมยังไม่ได้บอกกับเธอหรอกนะ ผมเพียงแต่เงียบๆไว้ แล้วสนุกสนานไปกับการเล่นกับพวกเธอเท่านั้น บางทีเราก็กลับบ้านกันค่ำมืดดึกดื่นไม่น้อย ของลิลลี่อาจจะไม่เท่าไหร่ เพราะบ้านของเธอใกล้สวนสาธารณะมาก ผิดกับของผมที่ต้องเดินไกลพอควร แต่ผมเป็นผู้ชาย แถมฐานะก็ไม่ได้รวย เพราะงั้นผมจึงปลอดภัยเวลากลับบ้านแน่นอน บางทีแม่ก็ถามผมนะ " เซเวอร์รัสจ้ะ...ลูกหายไปไหนแทบทุกวันจ้ะ ปกติแม่ไม่ค่อยเห็นลูกกลับเย็นแบบนี้เลย " ผมเงยหน้าจากจานซุป แล้วตอบแม่เบาๆ " ผมไปเล่น......กับเพื่อนๆ ครับ " ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะปิดแม่ของผม แม่ทำหน้าแปลกใจ วางหม้อซุปลงกับเตา " เพื่อนๆ จริงเหรอลูก " " ครับ เด็กผู้หญิงสองคน ตรงย่านชนชั้นกลางแถวสวนสาธารณะ ผมเจอพวกเธอเมื่อ 3 เดือนก่อนนะครับ " ผมตอบเรียบๆ กินซุปต่ออย่างเฉยๆ กับท่าทางประหลาดใจของแม่ แม่เดินมาใกล้ๆผมถามเบาๆ " มักเกิ้ลรึ " ผมส่ายหน้า " แค่คนเดียวครับ อีกคนเป็นแม่มด ทั้งคู่เป็นพี่น้องกันแล้วก็เกิดจากมักเกิ้ล แม่จะว่าอะไรก็ได้ ผมยินดีรับฟัง " " แม่ไม่ได้ว่าอะไรเลย ลูกรัก แม่แค่ดีใจที่ลูกมีเพื่อนเท่านั้นเอง " " ผมนึกว่าแม่จะว่าซะอีก...ที่ผมคบเพื่อนแบบนี้ " ผมลุกจากโต๊ะพร้อมกับจานซุปที่หมดเกลี้ยง ก่อนจะไปหยุดที่อ่างล้างจานข้างๆเตาซุปของแม่ " ถ้าลูกมีความสุข แม่จะว่าอะไรได้จ้ะ " แม่ว่ายิ้มๆ ก่อนจะแอบหอมแก้มผม ผมสะดุ้งสุดตัว " แม่ครับ ผมโตแล้วนะ อย่าหอมแก้มสิ " " โตแค่ไหน ลูกก็ยังเป็นเซเวอร์รัสตัวน้อยของแม่เสมอ " " แล้วถ้าผมมีครอบครัว แม่จะยังหอมผมมั้ยเนี่ย " จานซุปถูกล้าง แล้ววางไว้ที่ถาดเก็บ ผมเช็ดมือพลางจ้องมองแม่เขม็ง " ไม่หอมแล้วล่ะ ถ้าแบบนั้น " " ทำไมล่ะครับ " " ก็แม่จะหอมแก้มหลานๆ กับลูกสะใภ้แม่แทนนะสิ " ผมหน้าแดงขึ้นมา ทำไมกันนะตั้งแต่ผมเจอลิลลี่ ผมถึงรู้สึกได้ว่าหน้าของผมมันไวต่อความรู้สึกของผมจัง แดงง่ายจนน่ารำคาญ น่าอายด้วย " เอาล่ะ กินมื้อเย็นเสร็จแล้วก็ไปเตรียมตัวนอนได้แล้วจ้ะ " " ราตรีสวัสดิ์ครับ " " ราตรีสวัสดิ์จ้ะ " ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปหอมแก้มแม่ แม่หัวเราะเสียงใส ผมรีบพาตัวเองขึ้นห้องโดยด่วน ก่อนที่แม่จะทันเห็นว่าตอนนี้หน้าผมมันแดงจนเหมือนกับผมไข้ขึ้น ปากก็หุบยิ้มไม่ได้ ที่นานๆทีจะได้อ้อนแม่ ไม่รู้คิดไปเองมั้ย.... แต่ตั้งแต่ผมเจอลิลลี่... ความสุขเริ่มมาเยือนผมแบบแปลกๆ... หรือว่าเทพีแห่งโชคชะตาจะยิ้มให้ผมบ้างแล้ว....... .................... เสียงโครมครามดังลอดออกมาจากบ้านที่เปิดไฟสลัวๆของผม เสียงเออะฟังไม่ได้ศัทพ์ของผู้ชายที่ผมนึกชังตั้งแต่จำความได้โวยวายเสียงลั่น ตามมาด้วยเสียงเหมือนของแตกกระจาย และเสียงหนึ่งที่ทำเอาตัวผมเย็นเยียบไปด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ....เสียงกรีดร้องของแม่ ผมรีบพรวดพราดเข้าบ้ายทันที รองเท้ายังไม่ได้ถอดด้วยซ้ำทั้งๆที่มันเปื้อนโคลนเต็มไปหมด ผมพุ่งพรวดผ่านห้องรับแขก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าก้าวผ่านโซฟาได้ยังไง แต่ภาพที่เห็นทันทีที่ผมตามต้นเสียงไปคือที่ห้องครัว ภาพตรงหน้าก็ทำผมโกรธแทบถึงขีดสุด พ่อยืนคร่อมอยู่เหนือร่างของแม่ แม่แก้มบวมแดง และเลือดไหลลงมาจากไต้เรือนผม ในมือของพ่อมีขวดเหล้าสีชาที่แตกตรงปลายขวดไว้ ข้าวของในห้องแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี เก้ากี้ล้มคว่าไม่ต่างกับโต๊ะกินข้าว จานชามไถลลงจากตู้กองเป็นเศษเล็กเศษน้อย ทุกอย่างวินาสสันตะโรไปหมด แม่ไม่พูดอะไรเลยนอกจากสะอื้นเสียงสั่น ผมมองภาพตรงหน้าอย่างมึนงง โกรธระคนไป ทำอะไรไม่ได้เลย " ไอ็เด็กเลว กลับมาแล้วเรอะ " " พ่อทำอะไรแม่ " ผมถาม....น้ำเสียงเรียบจนน่ากลัว ว่านั้นใช่เสียงผมจริงๆเหรอ " แกว่าไงนะ " ร่างสูงของพ่อตวาดถาม พลางก้าวยาวๆมาทางผม กระชากคอเสื้อผมขึ้นมา กลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปหมด แต่ผมกลับไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น ความเกลียดชังปนเปผสมขึ้นมากับความเกลียดชังเต็มหัวใจ " ผมถามว่า พ่อทำอะไรแม่ " " อย่ามาเสียงแข็งกับฉันนะ ไอ้ลูกชั่ว " " ใครกันแน่นะที่ชั่ว ไอ้...มักเกิ้ลสกปรก โสโครก " ทันทีที่ผมหลุดคำออกไป พ่อต่อยผมเข้าที่หน้าทันที ผมกองลงไปกับพื้นยังไม่ทันจะคิดอะไร เท้าของพ่อก็กระทืบเข้ามาที่ท้องผมเต็มแรง ผมได้ยินเสียงแม่หวีดร้อง แต่ตอนนั้นผมกลับมึนชา แทบจะไม่รู้สึกอะไรเลย เมฆสีดำลอยปกคลุมไปทั่วหัวของผม ทุกอย่างดูรางเลือนเต็มทน ไม่รู้ตัวเลยว่าพ่อทำอะไรบ้าง รู้สึกถึงแค่ของเหลวกลิ่นคาวๆที่เต็มหน้า " อย่าทำลูกนะ " " อย่ามาเกะกะ หลบไป นังแม่มดสกปรก " " หยุดนะ... " เสียงที่ออกไปของผมเย็นเยียบ จนพ่อนิ่งไป และผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรอกนะ แต่ข้าวของในห้องเหมือนโดนแรงพายุหมุนมันปลิวคว้างไปทั่ว พ่อตะโกนเสียงดังลั่นที่ผมไม่รู้ว่าอะไร แม่หลบออกไปจากห้อง ผมลุกขึ้นเชื่องช้า ก้าวเดินไปทางพ่อ ร่างของพ่อเหมือนกับถูกตรึงไว้กับที่ ดวงตาสีดำเหมือนของผมหวาดผวาจนน่าหัวร่อ ผมเดินไปตรงตู้เก็บของ คว้าเอามีดยาวปลายแหลมมาถือเอาไว้ แล้วจึงเดินไปทางพ่อ " อย่านะ เซเวอร์รัส ฉันเป็นพ่อแกนะ " " แล้วไง " " แกจะฆ่าพ่อเหรอไง มันบาปนะ " " เรื่องของฉัน " ผมเดินเข้าใกล้พ่อมากขึ้น ทั้งๆที่เลือดยังเต็มหน้า และเจ็บช้ำไปทั้งตัว แต่ทั้งตัวเหมือนไร้การควบคุม สติรางเลือนเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ผมเอื้อมมือไปผลักจนพ่อล้มลง ก่อนจะขึ้นคร่อมเหนือตัวของพ่อ เงื้อมีดขึ้นช้าๆ เงามันสะท้อนแวววับในดวงตาของพ่อที่สั่นไปทั้งตัว แต่ตอนที่ผมกำลังจะเอามีดนั้นปักลงไปที่ตัวของพ่อ เสียงของแม่ดังขึ้น " อย่าลูก เซเวอร์รัส อย่าแม่ขอร้อง อย่าทำพ่อ " " ผมเกลียดเขา ผมเกลียดเขา ผมจะฆ่าเขา " เสียงที่พูดออกไป มันเฉยเมยจนผมไม่อยากเชื่อตัวเอง แม่สะอื้นไห้เสียงลั่น อ้อนวอนขอให้ผมไม่ทำ " นั่นพ่อของลูกนะเซเวอร์รัส พ่อแท้ๆของลูก ลูกฆ่าเขาไม่ได้ " แม่อ้อนวอนผมซ้ำ... " เขาไม่ใช่พ่อผม " " เขาเป็นพ่อลูก ดูหน้าเขาสิลูกลูกเหมือนพ่อ!!! " ผมเงียบไป จ้องมองหน้าของชายตรงหน้า สติเหมือนจะกลับมาได้ในทันที ไม่ว่าจะผมหรือตา ผมได้พ่อมาหมด ผมเหมือนพ่อมาก เขาเป็นพ่อของผม พ่อที่ไม่ยอมรับผม และผมไม่ยอมรับเขา... มีดในมือหล่นลงกระทบพื้น พอๆกับที่พ่อเหวี่ยงผมให้พ้นตัว แล้วกระโจนผ่านแม่ไป พร้อมสบถเสียงลั่น แม่รีบเข้ามาหาผม ข้างของหยุดปลิวว่อน ทุกอย่างเงียบสงบ มีแต่เสียงสะอื้นของแม่ " เซเวอร์รัส " ก่อนที่แม่จะได้แตะตัวผม ผมก็พลุนผลันออกไปจากห้องครัว ออกไปจากบ้าน บาดแผลที่หัวยังเจ็บแปลบ และเลือดยังไหลไม่หยุด แต่ผมไม่หยุดเดิน แม้จะได้ยินเสียงแม่ตะโกนเรียกให้กลับมา ผมก็ไม่หันหลังกลับไป เอาแต่เดิน และเดินไปเรื่อยๆ ไม่อยากคิดอะไร ไม่อยากจะกลับไปอีกแล้ว กว่าที่จะรู้ตัว ผมก็มาหยุดลงตรงม้านั่งที่ผมเคยมานั่งบ่อยๆ ผมทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง จิตใจล่องลอยไปไกล เหลือเกิน ผมเกือบฆ่าพ่อ.......... ผมเกือบฆ่าคนให้กำเนิด..... ผมเกือบเป็นฆาตกร............. เสียงน้ำพุยังคงเหมือนเดิม มันไหลเอื่อย สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ไอเย็นลอยล่องกระทบตัวผมเข้ามา เย็นเยียบเงียบสนิทจนร่างผอมๆของสั่นสะท้าน เลือดไม่หยุดไหล เช่นเดียวกับที่หัวใจของผมยังคงไม่คลายเจ็บปวด อากาศหนาวแบบนี้ มันคงจะฆ่าผมได้แน่ ผมแค่นยิ้มกับตัวเอง ดีสิ...จะได้หมดเรื่องไปเสียที จบกันกับชีวิตแบบนี้ ดีเหลือเกิน แม่ครับ... ผมไม่ไหวแล้ว.... ผมเหนื่อยเหลือเกินแล้ว.... ผม....ขอโทษ..... สติของผมเริ่มขาวโพลน คิดอะไรไม่ออก รู้แต่ว่าร่างทั้งร่างกำลังจะร่วงหล่นลงไปกับพื้น มือเท้าไร้ความรู้สึก มันเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง เจ็บไปทั่วทั้งตัว เจ็บไปหมด สติที่กำลังดับวูบลง เห็นเพียงแสงเรือนราง และเสียงเล็กๆเสียงหนึ่งเท่านั้น " เซิร์ฟ!!!!! " .................... " เซิร์ฟ...ตื่นแล้วเหรอ " เสียงเล็กๆที่ดังขึ้น พร้อมกับที่ร่างบางๆของเด็กหญิงผมแดงสีสวยโผล่มาเหนือหัวผม " ลิลลี่.... " ผมพึมพำเสียงแผ่วๆ " อืมๆ ฉันเอง...ยังเจ็บตรงไหนอีกมั้ย " " ไม่...เธอช่วยฉันเหรอ " " ช่าย...ฉันโดนแม่ทำโทษให้เอาขยะไปทิ้ง ไปเจอเธอล้มพับอยู่ที่เก้าอี้เสียก่อน ไปทำอะไรมานะ " " ไม่มีอะไรหรอก " ผมเบือนหน้าออกไปทางหน้าต่าง ที่แสงแดดยามเช้าส่องจางๆ ผ่านม่านลายดอกไม้เข้ามา ลิลลี่เงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเดินมาทางฝั่งที่ผมหันไปมอง พอผมเห็นเธอผมก็เบือนกลับไปอีกทาง เธอก็ตามามาอีก จนผมนึกรำคาญ ลุกขึ้นทั้งๆที่ยังไม่หายเจ็บ ตวาดเธอ " จะตามฉันมาทำไม " " บอกมาสิ เธอไปโดนอะไรมา แผลเธอหนักมากนะ ดีที่แม่ฉันเคยเป็นผู้ช่วยพยาบาลมาก่อน เลยทำแผลให้เธอได้ " " ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องรู้ ขอบคุณที่ช่วย " ผมปัดคำตอบ ก่อนจะเตรียมลุกขึ้นไป แต่ลิลลี่กลับขวางผมเอาไว้ " ไม่ได้นะ เธอยังลุกขึ้นไม่ได้ แล้วก็.......บอกมาดีๆนะ เธอโดนอะไรมา " " หลีกไปนะ " " ไม่! บอกมานะ " " ฉันโดนพ่อทำร้ายมา พอใจหรือยัง " ผมตวาดใส่เธออย่างร้อนแรงพอๆกับอารมณ์ที่คุกรุ่น ลิลลี่อึ้งไปชั่วครู่ เธอเดินมาใกล้ๆผม ดวงตาสีเขียวกลมโตจ้องมองผมด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด " อย่ามาทำหน้าตาสมเพสฉันนะ " " เซิร์ฟ .... " " ฉันเกือบฆ่าพ่อ ได้ยินมั้ย ฉันโมโหที่พ่อจะทำร้ายแม่ และทำร้ายฉัน ฉันเกือบจะเอามีดปักออกเขา พอใจรึยัง " ผมหอบแฮ่ก หลังจากพุดทั้งหมดออกไป ผมภาวนาให้ลิลลี่ร้องไห้ แล้ววิ่งหนีผมไป แต่ผมกลับคิดผิด เธอโถมเข้าผม พร้อมกับอ้อมกอดอุ่นแน่น ไหล่ผมเปียกชื้นจากหยาดน้ำตาของเธอ " ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะคาดคั้นเธอ ขอโทษนะเซิร์ฟ " " ขอโทษทำไม...เธอไม่จำเป็นต้องร้องไห้ให้ฉันนะ " " เซิร์ฟ...เราเป็นเพื่อนกันนะ เพื่อนต้องช่วยเพื่อน....แล้วก็ต้องเสียใจเวลาเพื่อนถูกทำร้ายสิ " ผมนิ่งอึ้งไป ขอบตาร้อนผ่าวไปหมด ก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงหยดน้ำที่ไหลรินลงมาเต็มใบหน้าที่ตอนนี้มีผ้าก็อชติดไว้เต็ม " ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำพ่อ...ฉันไม่ได้อยากฆ่าเขา...ฉันไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป...ทำไมพ่อเกลียดฉัน พ่อไม่รักฉันเหรอ " ผมพรั่งพรูความรู้สึกออกมา ราวกับว่าถ้าได้พูดออกไปแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้น อ้อมกอดของลิลี่อบอุ่นจนเหมือนว่าผมจะได้รับการอภัยทุกอย่าง " เซิร์ฟ ร้องไห้ออกมานะ ร้องออกมา ร้องเถอะ มันจะทำให้ดีขึ้น " เธอบอกผม นานแค่ไหน.... นานเหลือเกิน...ที่เธอกอดผมเอาไว้... นานเหลือเกินที่หยาดน้ำตาของผมไหลลงมา... ความอบอุ่นของลิลลี่...ผมจะไม่มีวันลืม... อบอุ่นเหมือนแสงตะวัน... ผมรู้สึก...บางอย่างในใจ มันถูกแสงอันอบอุ่นละลายออกไป มันคืออะไรกันนะ...
TBC จากใจคนแต่ง - กว่าจะปั่นจบ ต้องแบ่งเป็น 3 ตอนจนได้ ยาวเกิน -*- อ่านแล้วดูๆ ไม่รันทดเท่าไหร่ อยากให้มันรันทดกว่านี้ ป๋าเราชีวีต้องบัดซบกว่านี้ (หาเรื่องโดนแฟนคลับรุมเตะ) เอ...ลิลลี่เป็นแสงอาทิตย์แบบนี้ ก็เท่ากับว่า แสงอาทิตย์ - อังศุมาลิน - ฮิเดโกะ กร๊ากกก คู่กรรม เวอร์ชั่นไหนเนี่ย พอเหอะๆ เดี๋ยวเราจะเพ้อไปกว่านี้ รีบไปปั่นตอน 3 ดีกว่า In the Time...I love You....01เนื้อหา Fiction เรื่องนี้ มีการกล่าวถึงฉากสำคัญต่างๆในเล่ม 7 ของ Harry Potter หากไม่ประสงค์จะรู้เนื้อเรื่องก่อน ปิดไปเลยค่ะ
.
.
.
.
.
.
. [Fiction Spoiler HP 7] : In the Time...I love You.... Waring : เนื้อเรื่องอาจจะไม่ตรงตามต้นฉบับบ้าง เพราะนี้เป็นเรื่องแต่ง คนเขียนอาจเปลี่ยนแปลงหรือเสริมเนื้อหาบางอย่างเข้าไปบ้าง ขออภัยหากทำให้อรรถรสในการอ่านลดลง
" มองฉันสิ... "
นั่นคือคำพูดสุดท้ายก่อนที่สติของผมจะสิ้นสุดลง...สิ้นสุดลงพร้อมๆกับลมหายใจที่รวยรินเต็มที...ผมเหนื่อยเหลือเกินกับการมีชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีคนที่ผมรัก ไม่มีอีกแล้วสำหรับสาวผมแดง ร่างโปร่งบางและดวงตาสีเขียวใสนั่น...ไม่มีอีกแล้วนับแต่วันนั้น...
อย่างน้อยผมขอเพียงได้มองแววตาสีเขียวนั่น ขอเพียงอีกครั้งที่จะได้มอง...
ดวงตาของคนที่ผมเฝ้ารักมาชั่วชีวิต...
และจะรักตลอดไป...
ชีวิตของผมก็ไม่ต่างอะไรกับหนอนแมลงที่ได้แต่อุดอู้อยู่ในรู มีชีวิตไปวันๆ แสงอาทิตย์ไม่เคยจะสาดส่องลงมาหาผมแม้สักครั้ง ภาพที่จำได้ติดตามนับแต่จำความได้ก็มีแค่ ตรอกเฉอะแฉะ ผู้คนชั้นล่าง ความสกปรกน่าสะอิดสะเอียนของมุมมืดเล็กๆแห่งหนึ่ง ครอบครัวก็ไม่ได้ดีเด่นอะไร ผมมีแค่แม่เท่านั้น ส่วนพ่อ...เป็นเพียงมักเกิ้ลขี้เมา ที่เมื่อต้องการเจ้าของเหลวสีอำพันบัดซบนั่น ก็จะมาเรียกร้องเอาจากแม่ และเมื่อไม่ได้ ก็จะเข้าทำนองเดิมของคนต่ำๆ คือตบตีแม่ของผมแน่นอนว่ารวมทั้งผมด้วย...
" เซเวอร์รัส ยกโทษให้แม่ด้วย " ผมได้ยินคำนี้เป็นล้านครั้ง ไม่สิ...นับไม่ถ้วนเลยต่างหาก แม่อ่อนแอเกินกว่าจะปกป้องผมจากพ่อ แม่อ่อนแอเกินไป แต่ผมไม่เคยโกรธแม่ แม่พยายามอย่างดีแล้วสำหรับผมและตัวแม่เอง...ผมรักแม่มากเกินกว่าจะชิงชังท่านได้ ที่ผมรังเกียจคือพ่อ พ่อมักเกิ้ลสารเลวที่ทำร้ายแม้แต่ลูกเมียของตนเอง พยายามเหลือเกินจะปฏิเสธความเป็น แม่มดพ่อมด จากแม่และผม บังคับให้เราเป็น คนธรรมดา ที่ควรจะเป็น เขารังเกียจเราสองแม่ลูก แต่ที่เขาไม่ไปจากเราเพราะแค่เงินเล็กๆน้อยๆ สำหรับเหล้าสักชวดใน 1 วัน
...ผมเกลียดเหล้า...
...เกลียดพ่อ...
...เกลียดการมีครอบครัว...
...เกลียดโชคชะตาที่ไม่เคยยิ้มให้ผม...
พอผมโตขึ้น...แม่รู้ดีถึงเลือดความเป็นพ่อมด ในตัวผม...แม่รู้ดี ว่าเลือดของมักเกิ้ลขั้นต่ำของพ่อไม่เคยจะทำให้ผมด้อยกว่า พ่อมดแม่มด คนอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย แม่จึงเริ่มพาผมเข้าสู่ โลกของแม่ โลกของผมมากขึ้น ผมดีใจที่ผมเป็นพ่อมดแม่มด ผมดีใจเมื่อรู้ว่า ยามเมื่อผมอายุ 11 ผมจะได้ไปเรียนในโรงเรียนดีๆ ห่างไกลจากไอ้พ่อสารเลว และสภาพสังคมที่ดีกว่านี้ แต่กว่าจะถึงวันนั่น...ผมผ่านคืนวันที่เลวร้ายยิ่งกว่าตกนรก ใช่...อาจะจะตกจริงๆก็ได้ แต่เป็นนรกที่เรียกว่าตายทั้งเป็น...
ผมจำไม่ได้หรอว่า ผมโดนพ่อทำร้ายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันเหมือนกับว่า ผมโดนมานานมากเหลือเกิน ถ้าเค้าไม่เมาอย่างดีก็แค่ต้องทนฟังสบถหยาบคายจากปากเค้า แต่ถ้าเค้าเมาหมายความว่ามันจะไม่จบแค่นั้น มันมีตั้งแต่ตบจนหน้าหัน เตะต่อย ฟาดด้วยเข็มขัด และการลงโทษสารพัดวิธีที่เค้าจะหามาทำได้ แม่โดนน้อยกว่าผม เพราะมากสุดก็คือตบ แต่ผมไม่ยอม หากเค้าจะทำอะไรแม่ เพราะงั้น ทุกครั้งที่เข้าไปขวาง ผมจึงกลายเป็นเบาะรองรับอารมณ์ชั้นดีที่พ่อใช้ แต่ผมหยิ่งในศักดิ์ศรีเกินกว่าจะกอดขาพ่อแท้ๆอ้อนวอนให้เขาหยุดเสียที ผมไม่ทำหรอก อย่างดีก็แค่พิการ หรือถ้าจะให้ดีที่สุดคือตายไปเลย นั่นเป็นทางเลือกที่ผมมี ผมไม่เคยนึกอยากมีชีวิตเท่าไหร่ออยู่แล้ว ที่ผมยังทนอยู่ได้เพราะแม่ ผมรักแม่มากเกินกว่าจะให้แม่มาเจ็บตัวเพราะผม ผมเจ็บเองเสียยังดีกว่า
ครั้งหนึ่ง...แม่พาผมไปซื้อหนังสือ ผมมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ร้านรวงสว่างไสว คึกคักจอแจ เต็มไปด้วยผู้คนแบบที่ผมเป็น เราสองแม่ลูกหยุดอยู่ร้านหนังสือมือสองร้านหนึ่ง และก็ออกมาจากร้านพร้อมกับหนังสือเล่นหนึ่ง เป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตที่แม่พามาซื้อด้วยเงินเก็บของแม่และของผมช่วยกันออก แม้สภาพของมันจะไม่ได้หรูหรา ใหม่เอี่ยมอ่องแต่มันก็ดีพอสำหรับคนอย่างผม หนังสือนั่นเกี่ยวกับการปรุงยาขั้นพื้นฐาน ผมรู้สึกชอบมัน และไม่ยอมปล่อยเวลาที่มีอยู่ให้ผ่านไปโดยไม่อ่านมันเลย แม่ยิ้มให้ผมทุกครั้งที่เห็นผมที่มักแต่จะมุดตัวอยู่ในห้อง ออกมานั่งที่โต๊ะอาหารในห้องครัว เฝ้าแต่อ่านหนังสือ และบางครั้งแม่ก็จะมานั่งอ่านด้วย พร้อมแกล้งถามผมถึงตัวยาต่างๆ แน่นอนว่าผมตอบได้หมด แม่ดีใจที่ผมมีความจำดี เลยสัญญาว่าถ้าแม่เก็บเงินได้มากกว่านี้อีกแม่จะซื้อชุดปรุงยาพื้นฐานจริงๆให้ผม แม้ผมจะไม่รู้ว่าแม่จะซื้อให้ผมได้มั้ย แต่แค่นั้นผมก็ดีใจแล้ว
ผมมีความสุขจากหนังสือเล่มเล็กๆเก่าคร่ำคร่า...
และความทุกข์ก็ตามมาหลังจากที่พ่อเห็นหนังสือเล่มนี้....
มันเหมือนมีพายุร้ายโหมพัดเข้ามาในบ้านเรา หนังสืออยู่ในมือของพ่อผม และเพียงชั่วพริบตาร่างของเด็กวัยเพียง 9 ขวบกว่าๆก็โดนเหวี่ยงไปกระแทกกำแพงเสียงลั่น แม่หวีดร้อง พยายามเข้ามาห้ามพ่อ แต่ก็เหมือนทุกครั้งแม่เองก็มีสภาพไม่ต่างจากผม ร่างบางของแม่ล้มลงกองกับพื้น เลือดสีแดงเข้มไหลรินจากเรือนผมสีดำสวยเหมือนของผม ผมพยายามพยุงร่างตนเองให้ไปหาแม่ แต่ไม่ทันไรก็โดนต่อยเข้าที่หน้ากลิ้งไปอีกทาง
" พวกแก ใช้เงินของฉันไปซื้อไอ้หนังสือบ้าๆ แบบนี้งั้นเหรอ " พ่อตวาดก้อง ผมแค่นยิ้มกับตัวเอง ทั้งที่เลือดกำเดายังไหลไม่หยุดจากจมูก และพ่อก็กำลังย่างสามขุมเข้ามาหาผมอีกครั้ง
...เงินของพ่อ...น่าหัวร่อ...แม่ทั้งนั้นที่เป็นคนหาเงินมา...
...ผู้ชายคนนี้..หน้าด้านอ้างตัวเองว่าหาเลี้ยงครอบครัวมาได้อย่าไร....
...แม่ทั้งนั้นที่เลี้ยงผม...
...แม่เท่านั้นที่รักผม...
...แต่ทำไมพ่อถึงไม่รักผมแบบแม่...
...และทำไมพ่อถึงไม่รักแม่....
คืนนั้นจบลงที่ผมหัวแตก และกระดูกแขนหัก ผมไม่อยากอธิบายว่าพ่อทำโทษผมอย่างไง ผมถึงเจ็บตัวขนาดนี้ เพียงแต่ขวดแก้วใส่น้ำแตกละเอียด และตู้เก็บจานพังลงมาก็เท่านั้นเอง หนังสือเล่มแรกของผมถูกฉีกเป็นชิ้นๆ โยนเข้าเตาผิง ไม่ถึงนาที มันก็ไหม้จนหมด แม่บอกว่าดีที่ผมสลบไปก่อน ไม่อย่างนั้นผมอาจจะโดดเข้าไปในเตาผิงเพื่อเอามันออกมา และพ่อก็คงจะโมโหมากกว่านี้แน่ เมื่อผมตื่นมาก็เห็นตัวเองในสภาพเดิมๆ เต็มไปด้วยผ้าพันแผล และแผลเต็มตัว ไม่แปลกหรอก ผมโดนจนชินเสียแล้ว แต่ก็เพิ่งจะชินเท่านั้น พ่อทำร้ายผมทำร้ายแม่มามากมายเหลือเกิน แม้แต่ครั้งนี้ หนังสือราคาถูกที่แม่ผู้ยากจนจะหาซื้อให้ลูกชายเพียงคนเดียว ผู้ชายคนนั้นยังทำได้ลงคอ แน่นอนผมไม่ร้องไห้ แต่แค่ต่อหน้าแม่ เพราะผมรู้ดีว่าแม่เศร้าแค่ไหนยามเห็นผมร้องไห้ เพราะงั้นผมจะร้องเมื่อแม่เดินออกไปจากห้องของผมเท่านั้น ดาวเคลื่อนตัวไปพร้อมๆกับจันทรายามค่ำคืน แต่ผมมองมันไม่เห็น ผมเห็นแต่คลองน้ำตาที่ไหลรินลงเงียบๆ ไร้เสียงสะอื้น ไร้การคร่ำครวญหวนไห้ มีเพียงเด็กชายที่โชคชะตาเล่นตลกเท่านั้นเอง
...จากที่เคยหวาดกลัว...
...เคยร้องไห้ราวจะขาดใจว่าทำไมถึงโดนแบบนี้...
...มันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาสุดหัวใจที่ได้มา....
...ไม่ยินดียินร้าย...
...ไม่เคยคิดจะให้อารมณ์ของตนเองมาอยู่เหนือเหตุผล....
....ผมจะปิดกั้นตัวเองจากทุกอย่าง...
...ปิดกั้นจากทุกคน...
...จะไม่มีใครเห็นความรู้สึกของผมนอกจากแม่...
...เซเวอร์รัส สเนป เป็นแค่คนที่ไร้อารมณ์เท่านั้น...
กาลเวลาเคลื่อนคล้อยไปตามเรื่องราวของมัน ผมเพิ่งจะผ่านวันเกิดอายุ 10 ปีไป ไม่มีงานฉลอง ไม่มีของขวัญ มีแต่คำอวยพรที่แม่ให้ผม พ่อทำเหมือนผมไม่มีตัวตน เค้าเข้ามาในบ้านแค่มานอนอุตุ แล้วสักพักก็ออกไปหาเหล้ากิน เหมือนเช่นทุกวัน ผมสังเกตว่าตั้งแต่ผมเริ่มทำหน้าเย็นชา ทำเหมือนคนไร้อารมณ์ พ่อก็ไม่ค่อยยุ่งกับผมมากนัก หรืออาจเป็นเพราะผมใกล้ความเป็น พ่อมดแม่มด เข้าไปทุกที แม่บอกว่าพ่อเหมือนจะกลัวสายตาของผม แม่บอกอีกว่าตาของผมเหมือนกับคุณตา คมกล้าดำสนิทดูองอาจและหยิ่งทระนงนัก แม่ภูมิใจในตัวผม ผมที่สืบสายเลือดตระกูล พรินซ์ มากกว่าจะไปสืบสาย สเนป แต่ผมไม่ค่อยใส่ใจนัก ยิ่งโตขึ้นผมก็ยิ่งเข้าใจ ถึงจะเกลียดพ่อแค่ไหน แต่ผมปฏิเสธไม่ได้เลยวา เลือดครึ่งหนึ่งในตัวผมมีเลือดของมักเกิ้ลธรรมดาอยู่ แต่แม่ก็พร่ำสอนเสมอว่า ผมเป็นหนึ่งในสายตระกูลเลือดบริสุทธิ์ จงภูมิใจในสายเลือดของตัวเอง
...จงภูมิใจ...
...ผมอยากบอกแม่เหลือเกิน...ผมไม่มีสิทธิ์ภูมิใจ...
...ผมเป็นแค่ เด็กเลือดผสม....
...แต่ผมก็ไม่คิดทำให้ตระกูลผมเสื่อมเสีย...
...ผมรักตัวเองเกินกว่าจะทำแบบนั้น...
" เซเวอร์รัส...แม่อยากให้ลูกมีความสุขนะ...อยากให้ลูกเติบโตเป็นพ่อมดที่เก่งกล้าไม่แพ้ใครๆ มีครอบครัวที่ดี ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้พบรักกับผู้หญิงที่จะเป็นแม่ของลูกของลูกได้ดีกว่าที่แม่เป็นนะ เซเวอร์รัสสัญญากับแม่นะ ลูกจะต้องมีครอบครัวที่อบอุ่นกว่านี้ แล้วลูกต้องมีหลานน่ารักๆให้แม่ " แม่เคยบอกกับผมแบบนี้ ผมตอบตกลงแม่ไป ทั้งๆที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าคนอย่างผมไม่มีใครเค้าต้องการ แต่ใจหนึ่งก็อดเฝ้ารอไม่ได้
...สักวันผมจะได้เจอคนที่รักผมเหมือนที่แม่รักผมไหม...
...สักวันผมจะเจอใครสักคนที่ผมรักบ้างไหม...
...คงมีสักวัน....
....................
แต่ที่สะดุดตาผมที่สุด...กลับเป็นเด็กหญิงผมสีสตอรเบอร์รี่ซอส เธอดูน่ารักมากในสายตาของผม ดวงตาใสๆนั้นเป็นสีเขียวเหมือนมรกต รูปร่างผอมบาง ผมเอาแต่นั่งจ้องเธออย่างลืมตัว ทัศนะสายตาของผมที่เอาแต่มองวิวทิวทัศน์ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเด็กหญิงวัยไล่กับผม ที่กำลังเล่นน้ำพุกลางลานอย่างสนุกสนาน แต่ก่อนที่ผมจะได้นั่งจ้องเธอนานไปกว่านี้....ร่างเล็กผมแดงก็เดินมาทางผมเสียแล้ว หยดน้ำที่เกาะพราวตามเรือนผมนั้นสวยงามจนเล่นเอาผมจ้องตาไม่กะพริบ และเมื่อรู้สึกตัวอีกที...เธอก็อยู่ข้างหน้าผมแล้ว....
" สวัสดี...เธอมาจากไหนเหรอ.... " เสียงที่ทักนั้นหวานยิ่งกว่าขนมทุกชนิดที่ผมเคยกินมา
TBC.
จากใจคนแต่ง - เฮอะ....ไม่น่ารีบไปอ่านสปอยล์เลย....เจอคู่นี้เข้าไป ใบ้รับประทานอย่างแรง ป้าโจแกหักหลังกันง่ายๆแบบนี้เลย นี่มันแฮร์รี่ หรือหนังเรื่องเพื่อนสนิทเนี่ย!!! ทำไปได้ -*- สเนปตรูหมดมาดเลย ทำตัวเป็นสโตคเกอร์อีกต่างหาก ไปเฝ้าเค้าหน้าหอนอน ป๋ากรู!!! หมดกัน ความจริงกะแต่งตอนเดียวจบ แต่คิดไปคิดมา ขี้เกียจ ละเอียดไป ซอยย่อยเป็น 2 ตอนดีกว่า อ๋อ...ถ้างงๆว่าทำไมมันดูแปลกๆ ไม่เหมือนในหนังสือ ก็คืออยากบอกว่าคนแต่งยังไม่ได้อ่านเล่ม 7 จริงๆหรอก แค่เก็บๆรายละเอียดจากสปอยล์เอา + ความเน่าเข้าไปอีกนิด ก็ได้ออกมาแบบนี้แหล่ะ ความจริงอยากได้ให้มันรันทดกว่านี้ แต่ดันทำไม่ได้ ส่วนมากถ้าเป็นตัวละครชายจะจัดให้เศร้าไม่ค่อยได้ แต่ถ้าเป็นตัวละครหญิง เกริ๊บๆ เสร็จตรู... แต่ตอนนี้กำลังชั่งใจอยู่ว่าเอาเป็นตอนเดียวจบแค่นี้เลยดีมั้ย แต่คงไม่ได้หรอก มันจำต้องต่อยอด ไม่น่าดันทุรังแต่งเลย เน่าสนิท ห่วยแตกสิ้นดี แต่งด้วยความมึนเมาสุดๆ ภาษาก็ยังไม่ได้ตรวจ (ไม่ได้ชอบคู่นี้นี่นา...-*- แต่งได้ก็เก่งแล้ว...) แถมเพิ่งขุดเอาฟิค เรื่อง Lost มาอ่านใหม่ด้วย จบสิ้นจิ้นคู่นี้ไม่ออก (ในหัวมีแต่ เซิร์ฟมีอา เซิร์ฟมีอา จะบร้าตาย) แต่ขอลงไว้ก่อน เดี้ยวรอหายสติหลุดก่อนจะกลับมาแต่งต่อ TT^TT กำลังคิดว่าจะแต่ง ลูปินท็องส์ดีมั้ย อยากแต่งคู่นี้มากเลย อ่านเล่ม 7 แล้วรู้สึกว่าน่ารักดี ถึงจะ....เฮ้อ....เอาเต๊อะ ป้าเจเคแกทำลงไปแล้วนิ - - September 04 เนื้อเพลงที่เก็บๆไว้บางส่วน![]() PV 1 Song :Good Day!! Album : Good Day!! Artist : V6 tatoeba mitsumeru dake de wakaru koto ga aru kimi ga tabun sono hito datte sa mezameta toki kara shizen ni boku no soba ga aru sore ga na n da ka sugoku atari mae sa ari kitari na kotoba koerarezu nani wo motomete ita? kotae ga mitsukaranai ano hi ni ketsubetsu suru yo kimi to hajimaru Brand New Day kitto mirai wa So So So Cool koboreru kagayaki no shunkan kono mama hoshi ni negai wo Promises eikyuu ni hirogaru Good Good Good Days! tsunaida kokoro nara zutto hodokanai kousaten no mukou de sandaru no kimi ga te wo furu futari hedateru kyori ga jirettai atarashii kaze ni ookiku shinkokyuu shitara mita koto no nai kisetsu e kake dasu yo yasashi sa nante dore mo onaji to omoitakunatta kimi no kimochi kanji toreru ima taisetsu na n da futari koko kara Brand New Day ai no kodou ga Boom Boom Boom Beat kotoba iranai yo tada mitsumete tai hikaru tsubasa de Fly Away niji wo egaite Good Good Good Days! dou shite mo kimi de nakya ari unai Story kimi to hajimaru Brand New Day kitto mirai wa So So So Cool koboreru kagayaki no shunkan kono mama ![]() เพลงต่อไปเลย ![]() PV 1 PV 2 Song : Rolling Star Artist : Yui Album : Bleach 5th Opening Yume ni made mita you na sekai de Arasoi mo naku heiwa ni kurashitai Mou gaman bakka shiterannai yo Iitai koto wa iwanakucha Kaerimichi yuugure no basutei Ochikonda senaka ni bai bai bai Kimi no FIGHTING POSE misenai gao! Yume ni made mita you na sekai wa Arasoi mo naku heiwa no nichi jyou Demo gen jitsu wa hibi to rabu de Tama ni kuyandari shiteru Sonna ROLLING DAYS! Kitto uso nante sou mini o motanai no ALL MY LOVING sou janakya yatterannai Yume ni made mita you na SWEET LOVE koibitotachi wa kakuregao sagasu no demo gen jitsu wa aenai hi ga tsuzukinagara mo shinjiteru no LONELY DAYS tsuimazuitatte way to go, yeah yay dorodoroke ROLLING STAR! - - - - English Version - - - - I want to live in a world of peace Without conflict, like the one I've seen in my dreams I just can't keep it inside I've got to say what I wanna say The bus stop at twilight, on the way home Saying bye bye bye to the sad backs of others Your face doesn't show your fighting pose A world like the one I've seen in dreams Without conflict, daily peace But in reality, I sometimes worry about Love and the day to day grind Those rolling days You would never hold a lie, no never All my loving, without it, I can't go on Sweet love like I've seen in my dreams Lovers searching for hidden faces But in reality, the days we can't meet Continue on but I believe in LONELY DAYS Even if you stumble, WAY TO GO, YEAY YAY A muddled rolling star! ![]() เพลงสุดท้ายแหล่ะ ไว้ค่อยมาต่อล่ะกัน ![]() PV 1 PV 2 Song :Yume Biyori Artist : Hitomi Shimatani เป็นเพลงจบของโดราเอมอน ภาค ตะลุยอาณาจักรโฮ่งเมี้ยว kin no SHINBARU narasu you ni sasayaku no wa ohisama "issho ni oide kigi no utage ni" mimi wo sumashimashou SHABON no kumo de kao o arai soyosoyokaze to sanpo "daijoubu kitto..." hane ni naru kokoro hikari e to hanashite goran * niji wo musunde sora no RIBON kimi no egao e okurimono yo negai wo kakemashou yume biyori ashita mata shiawase de aru you ni kumo no watagashi tsumande wa hitoyasumi no sougen "kaze wa doko e kaette yuku no?" tori ni tazunemashou yuuhi no RE-SU kata ni kakete nobiteku kage no kakekko "mimotteru zutto..." hikaru yoi tsuki no yasashisa ni dakarete goran hoshi no narabete sora no BOTAN yoru no KA-TEN wo tomete ageru ashita mo aeru yo yume biyori sono egao wasurezu ni iru nara "daijoubu kitto..." hane ni naru kokoro hikari e to hanashite goran * repeat ashita mata shiawase de aru you ni... ![]() ลงเพลงแรกเลยล่ะกัน
![]() PV 1 PV 2 Song : Houkiboshi (Abandoned Star) By : Younha Yozora wo miage hitori houkiboshi wo mita no Isshun de hajikete wa kieteshimatta kedo Anata no koto omou to mune ga itakunaru no Ima sugu aitai yo dakedo sora wa tobenai kara Moshi atashi ga houkiboshi ni nareta naraba Sora kakenuke tondeiku Donna ashita ga kitemo kono omoi wa tsuyoi Dakara houkiboshi zutto kowarenai yo Ame ga futte iyada to boyaiteita toki ni Anata ga itta koto ima demo oboeteru Ame no ato no yozora wa kirei ni hoshi ga deru Sore wo kangaeru to ame mo suki ni nareru yo ne to Moshi atashi ga houkiboshi ni nareta naraba Afureru hikari furasu yo Itsumo kanashii toki yozora miru anata ga Egao ni naru you ni motto kagayakitai Anata wa itsumo hitori nanika to tatakatteru Soba ni iru koto shika atashi niwa dekinai kedo Moshi atashi ga houkiboshi ni nareta naraba Sora kakenuke tondeiku kitto Kanarazu todoku kono isshun no hikari de Atana ni ima terashi sora wo megurou Atashi ga houkiboshi ni nareta naraba Kitto soba ni iteageru donna toki mo ![]() เพลงที่สองต่อเลย ![]() PV 1 PV 2 Song : Life By : Yui Doro darake yo najime nai tokai de Onaji you ni warae nai utsumuite aruita no Isogi ashi de surechigau hito-tachi “Yume wa kanai mashita ka?” ATASHI mada MOGAite iru Kodomo no goro ni modoru yori mo Ima wo umaku ikite mitai yo Kowagari wa umare tsuki Hi no atari basho ni dete Ryoute wo hirogete mita nara Ano sora koete yukeru ka na? Nante omottanda Tobitatsu tame no tsubasa Sore wa mada mie nai KANTAN ni ika nai kara ikite yukeru Nureta koinu hiroi ageta dakede Chotto warae chau hodo Namida ga koborete kita Aisaretai aisaretai bakari ATASHI itte ita yo ne Motomeru dake ja dame ne Kodomo no goro wa MAMA no koto Hidoku kizutsuketa Hi mo atta yo ne kawari tai Ima zenbu Hi no ataru basho ni dete Kono te wo tsuyoku nigitte mitai Ano basho ano toki wo kowashite I can change my life Demo kokoro no naka subete wo Totemo tsutae kire nai KANTAN ni ika nai kara Ikite yukeru Hi no ataru basho ni dete Chizu wo hirogete miru kedo I know... You know... Mayoi michi mo shikata nai I can change my life Sugite kita hibi zenbu de Ima no atashi nanda yo KANTAN ni ika nai kara Ikite yukeru ![]() เพลงที่ 3 ดันหา Sakura Biyori ไม่เจอ เอาเป็นนี้ไปก่อนล่ะกัน -*- ![]() Song : Happy People By : Skoop on Somebody Everybody Stand Up! Minna tatakattenda! Naishin wa fuan da demo Keep Your Head Right Up! To tha Sky! Donna toki mo (Oh Yeah!) Doko ni itemo (Oh Yeah!) Call me anytime! (Oh Yeah!) Chikara ni naru yo Happypeople’s In Tha House!!! Tafu na egao de Happypeople’s In Tha House!!! Ikite yuku no sa Ki ni sunna My Brother! Kimi rashikute iin da! Nai tatte My Sister! Mata waraeba iinda! Shinkokyuu shite (Oh Yeah!) Yorimichi shite (Oh Yeah!) It’s All In Your Mind (Oh Yeah!) Kaze ni fukarete Happypeople’s In Tha House!!! Rafu na yasashisa de Happypeople’s In Tha House!!! Choudo ii kara Happypeople’s In Tha House!!! Naite waratte Happypeople’s In Tha House!!! Motto tooku he Happypeople’s In Tha House!!! Tafu na egao de Happypeople’s In Tha House!!! Ikite yuku no sa Happypeople’s In Tha House!!! “Hitori ja nai” tte Happypeople’s In Tha House!!! Kimi ga waratta PV 1 PV 2
Song : Darling Artist : V6 Album : ประกอบละครเรื่อง โมโม่ที่รัก (You Are My Pet) (สร้างจากการ์ตูนเรื่อง คุณผู้หญิงคือเจ้านาย คุณผู้ชายคือสัตว์เลี้ยง) Darling! Darling! Ii just night Wari kirenai shotto ni good tokiteru Darling! Darling! What kan eye Itai burai fit suru mind Yuube kimi ga nedatta no wa aromaoiru mitai na uso Asa ga kureba koron de keshite doko e iku no? Betsu ni tsuki no yakusoku o shitemo shinakute mo shishou nai Juuden shinakya ugokenai toki ni wa soba ni iru sa Ate ni naranai kanjou navi ni shite drive Kyou mo asu mo douse asatte mo saki wa yomenai Darling! Darling! Ii just night Wari kirenai shott ni good tokiteru Darling! Darling! What kan eye Itai burai fit suru mind Darling! Darling! Knight yonde Tesaguri no koui ja pin to konai Darling! Darling! More owananai Urahara ni hit shitetai Onaji basho ni nanto naku kaeritakunai jijou yori mo Ashi ga muita \\\"genjitsu\\\" wa zutto daiji na nosa Tadori tsukanai kanjou nuki ni shite stay Hareka? Ame ka? Arashi o yobu mono hanbun kimi shidai Darling! Darling! Ii just night Wari kirenai shotto ni good tokiteru Darling! Darling! What kan eye Itai burai fit suru mind Darling! Darling! Dou? You know Me o tojite minakya miete konai Darling! Darling! Ito OK! Aimai ni hot shitetai Darling! Darling! Ii just night Wari kirenai shotto ni good tokiteru Darling! Darling! What kan eye Itai burai fit suru mind Darling! Darling! Knight yonde Tesaguri no koui ja pin to konai Darling! Darling! More owananai Urahara ni hit shitetai ![]() ![]() PV 1 PV 2 Song : MOVIN!! By : Takacha *Maketaku naishi! Nakitaku naishi! Qarattetai kara! MOVIN! MOVIN! Maketaku naishi! Nakitaku naishi! Warattetai kara! MOVIN! MOVIN! Itsumo doori utata ne gorori Manga bakari parapara mekuri Zayuu no mei Funny&Easy Kiraku ni ikitai "Tabi wa michi dure yo wa nasake&qout; Taiyou no shita de smilin' everyday Hito ni yasashiku jibun ni mo yasashiku Demo yaru tokya yaru no yo (Honto desu ka?) Sore ja ore ni tsuiteki na yo (Shinjite iin desu ka?) Shinjiru mo nani mo yatte minakya wakara nai Mushiro shinjitai minna de waraitai ja nai? Jinsei ikkai shoubu shitai Ugoki dasa nakya hajiman nai! **Maketaku naishi! Nakitaku naishi! Warattetai kara! MOVIN! MOVIN! Maketaku naishi! Nakitaku naishi! Warattetai kara! MOVIN! MOVIN!... Itsumo sugu ni akubi wo porori Suki na mono wa okashi to TEREBI a.k.a.Free&Easy Jiyuu ni ikitai Warau kado ni wa fuku kitaru "Fuku wo yobi takya every warau&qout; Hito ni SUMAIRU jibun ni mo SUMAIRU Demo yaru toki yara nakya (Yahari sou desu ka?) Sore ja ore ni tsuiteki na yo (Shinjite iin da yo ne?) Shinjiru mo nani mo yatte minakya wakara nai Mushiro shinjitai minna de waraitai ja nai? Jinsei ikkai shoubu shitai Ugoki dasa nakya hajiman nai! **Repeat Kato itte ugoite bakka demo tsukare rushi Ippai ippai ni naru mae ni (Ganbari & nuki) Fu Ha hitoiki tsuite Fu Ha sore ja iki masu ka Ugoki dasu nara ima shika nai! Ugoki dasa nakya hajiman nai yo! *Repeat ![]() ![]() PV 1 PV 2 Song - *Asterisk By - Orange Rage Album - BLEACH Opening 1 * miageta yozora no hoshitachi no hikari inishie no omoi negai ga jidai wo koe iroaseru KOTO naku todoku KIRARI hitomi ni utsuru dareka no sakebi kaze ni omoi wo tsuki ni negai wo chikara aru kagiri ikiteikunda kyou mo bokura no omoi mo itsuka dareka no mune ni hikari tsuzukeyou ano hoshi no you ni hitotsu futatsu kane no ne wa hibiku kokoro no naka e to hiroku fukaku monogatari no youna hoshi no shizuku sono naka ni hosoi senro wo kizuku jikan to tomo ni jidai wa ugoku nagareru hoshi wa shizuka ni ugoku me wo tojite mimi wo sumaseba GOOD BYE oozora ippai no shirokuro shashin nabiku MAFURA- shiroi iki sukoshi demo chikazuki takute ano takadai made kakeashi de omotai bouenkyou toridasu to RENZU hamidashita SUTA-DASUTTO jikan wo ubawareta jikan jidai wo koete kuru ROMAN # hanate hikari makezu ni shikkari ima toki wo koe dareka ni todoku made eikou no hikari wa kono mukou ni KIMItachi to tsukutteiku SUTO-RI- REPEAT * ubugoe ageta chiisana hikari ookina hikari jikuu wo koe deai subete no kagayaki ga hitotsu to nari tsukuridasu monogatari ten to ten wo musubu seiza no you ni dareka ni totte bokura mo kirei na e egaketetara ii ne miagete goran yo hora fuyu no DAIAMONDO yuruyaka na amanogawa sugu yuuki torimodoseru kara REPEAT # REPEAT * kono sora wa hitotsu dokomade mo hiroku sou umi no mukou ima umareru ibuki tatareru inochi hoshi wa terasu megami no gotoku nagaku tsuzuku kurikaesu shunkashuntou no isshun demo ii sukoshi de ii omoi wo kizamu tada hatenaku toki wo koe kagayaki dasu monogatari wa kokoro no naka de tsuzuite iru ano hi no kimi wa itsuka yogisha ni notte miageta yozora no hoshitachi no hikari inishie no omoi negai ga jidai wo koe iroaseru KOTO naku todoku KIRARI hitomi ni utsuru dareka no sakebi kaze ni omoi wo tsuki ni negai wo chikara aru kagiri ikiteikunda kyou mo miageta yozora no hoshitachi no hikari inishie no omoi negai ga jidai wo koe iroaseru KOTO naku todoku bokura no omoi mo itsuka dareka no mune ni hikari tsuzukeyou ano hoshi no you ni hikari tsuzukeyou ano hoshi no you ni ![]() ![]() PV 1 PV 2 Song: Rakuen By: Do as Infinity Dare mo ga mina shitteru Kese ya shinai kizu wo Dore kurai tsuzuku no Mou iranai yo Dare mo ga mina matteru Arasoi no nai hibi wo Sen jo no heishi tachi Omoidashite yo Ima haha no nukumori wo Kono hageshii naku Hiroi sekai ni Jibun dake no chizu egaite Namida koraete bokura wa aruite yukou yo Tachi agare ima Hora nando demo Nemurerushi shiyobi ogoshite Ikite ikunda ashita e Dare mo ga mina motteru Hito kakera no ai wo Ikundemo nani hitotsu Umarenainda yo Sonna no mou iranai yo Kono kagiri aru jikan no nagare Mata miru rakuen mezashite Doko made datte Bokura wa aruite yukou yo Furi mukanaide Mae dake wo mite Sono karada kuchi hateru made Ikite ikunda mirai e Omoidashite yo Ima haha no nukumori wo Kono hageshii naku Hiroi sekai no Mata miru rakuen mezashite Doko made datte Bokura wa aruite yukou yo Furi mukanaide Mae dake wo mite Sono karada kuchi hateru made Ikite ikunda mirai e - - - THAI - - - ไม่ว่าใครต่างก็รู้ว่า เราไม่อาจที่จะปกปิดรอยแผลได้ แต่อีกนานแค่ไหนกันนั้น มันก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าใครต่างก็รอคอย วันเวลาที่จะต้องต่อสู้กับ เหล่านักรบแห่งสมรภูมิทั้งหลาย จะขอจดจำความอบอุ่นของมารดาในตอนนี้ไว้ เราได้สรรค์สร้างแผนที่ขึ้นด้วยตนเอง ปลดปล่อยน้ำตาออกมาแล้วพวกเรา จะเดินหน้าต่อไป เอาล่ะ...ลุกขึ้นมาสิทุกๆช่วงเวลา ดุจปลุกราชสีห์ที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมา ชีวิตของเราจะดำเนินต่อไป สู่วันพรุ่งนี้ ไม่ว่าใครต่างก็ครอบครอง ความรักที่แตกสลาย ความรู้สึกเกลียดชังสิ่งใดๆนั่น มันไม่ได้เป็นมาแต่แรกหรอก มีบางสิ่งที่เราไม่อยากจะได้มา ภายในเวลาที่ถูกกำหนดไว้นั่น เราไม่อาจเห็นสรวงสววรค์ดังตั้งใจไว้ ภึงแม้จะอยู่แห่งหนใด พวกเราก็จะ ยังคงเดินหน้าต่อไป ในโลกกว้างใหญ่ไร้จุดสิ้นสุดนี้ เราไม่อาจเห็นสรวงสววรค์ดังตั้งใจไว้ ภึงแม้จะอยู่แห่งหนใด พวกเราก็จะ ยังคงเดินหน้าต่อไป ในโลกกว้างใหญ่ไร้จุดสิ้นสุดนี้ จะไม่หันหลังย้อนกลับไป จะมุ่งตรงไปข้างหน้าเพียงเท่านั้น จนกว่าร่างกายนั้นจะสูญสิ้นไป ชีวิตจะดำเนินต่อไป สู่อนาคต ![]() ![]() PV 1 PV 2 Song : Life is Like a Boat Artist : Rie Fu Nobody knows who I really am I never felt this empty before And if I ever need someone to come along, Who’s gonna comfort me, and keep me strong? We are all rowing the boat of fate The waves keep on coming and we can’t escape But if we ever get lost on our way The waves would guide you through another day dooku de iki o shiteru toomei ni natta mitai kudayami ni omoe dakedo mekaku shisarete tadake inori o sasagete atarashii hi o matsu asayaka ni hikaru umi sono hate made Nobody knows who I really am Maybe they just don’t give a damn But if I ever need someone to come along I know you would follow me, and keep me strong hito no kokoro wa utsuriyuku mukedashiteku naru tsuki wa mada atarashii shuuki de mune o tsureteku And every time I see your face The ocean heaves up to my heart You make me wanna strain at the oars, and soon I can see the shore Oh, I can see the shore When will I see the shore? I want you to know who I really am I never thought I’d feel this way towards you And if you ever need someone to come along, I will follow you, and keep you strong tabi wa mada tsuzuiteku odayakana hi mo tsuki wa mata atarashii shuuki de ume o terashidasu inori o sasagete atarashii hi o matsu asayaka ni hikaru umi sono hate made And every time I see your face The ocean heaves up to my heart You make me wanna strain at the oars, and soon I can see the shore Unmei no huneoko gi nami wa tsugi kara tsuki e to watashi-tachi o sou kedo Sore mo suteki na tabi ne, dore mo suteki na tabi ne ![]() ![]() PV 1 Song - Baby It's You Artist - JUNE Bleach Ending OH BABY… OH YEAH… OH… Kimi wa itsu kono machi Taikutsu dato nageki Kinou wataru bashou sagashite iru Kuchizusamu MELODY wa Sabikakeru SAME OLD SONG Atarashii uta kobanderu Fuan ni naru no wa kokoro no dokoka de Mirai wo shinjiteru kara BABY IT’S YOU, sono itami mo Itsuno hi ni ka omoide ni naru yo YOU’RE THE ONLY ONE kangaezuni kanji te Karada goto furuwaseyou FUTURE IS YOU Wakarudaro kimi ni wa boku no shisen no imi ga Yure rumatsu ke wa uso tsukenai Ijiwaru wa yamenayo boku wa mite rarenai Kizutsu ku no wa kimi jishin dayo Mukuchi ni naru no wa kotoba ja tari nai Kimochi ga afureterukara BABY IT'S YOU karehairo ni Soma tayouni shizumu kotomoaru LET ME BE THE ONE boku gairuyo itsudemo Kimi no koto mitsumeteru I'M BY YOUR SIDE Baby It's You that I need Baby things are getting better Baby It's You that I want BABY IT'S YOU sono itami mo Itsuno hi ni ka omoide ni naru yo YOU'RE THE ONLY ONE kangaezuni kanji te Karada goto furuwaseyou FUTURE IS YOU BABY IT'S ME kimi wa itsumo Hitorijanai boku wa koko ni iru WE SHOULD BE AS ONE tsumazuitemo kama wanai Kimi ni ima tsutaetai OUT IN THE WORLD Don't you know everything is all right? Can't you see the future's so bright? Now you know nothing in the world Can come between you and me Don't you know everything is all right? Can't you see the future is so bright? Let's hear the voice of peace, hope, joy, Freedom, happiness and love
~~~ หมดแล้นไว้มาต่อครั้งหน้าเนอะ ~~~ September 03 มาเล่นแต่งตัวตุ๊กตากันไหม? ![]() ![]() How To Play เราก็เลือกชุดที่เราต้องการ เอาเมาส์กดแล้วก็ลากไปทาบที่ตัวตุ๊กตาเลยจ้ะ มันจะไปเข้าล็อคเอง How To Save วิธีเซฟ คือ กดปุ่ม Print Screen แล้ว Paste ลงPaint หรือ Photoshop ตามแต่สะดวกจ้ะ เวลาเซฟ ให้เซฟเป็นไฟล์ .gif นะ ภาพจะออกมาตรงสีต้นฉบับมากที่สุด Credit ท่าน St@ry Dog แห่ง DeathBerry Bleach Board Inuyasha Item
โอเย้...เรามาดูของสะสมอินุยาฉะกันดีกว่าว่ามีอะไรมั่ง... อันที่ห้า
อันที่เก้า อันที่ 13 อันที่ 17 September 01 ~ภาษาดอกไม้~ดอกกุหลาบขาว White Rose = คุณมีค่าสำหรับฉัน ..
ดอกกุหลาบตูมสีขาว White Rosebud = แด่เธอ .. ที่ไม่มีความรู้สึก
![]() ดอกกุหลาบสีแดงสด Full red Rose = สำหรับคุณ .. คนที่สวยที่สุดของฉัน ![]() ดอกกุหลาบสีแดงเข้ม Deep red Rose = อายจัง .. ![]() ดอกกุหลายสีขาวและแดงคู่กัน White and Red rose together = มารวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวกันเถอะ ![]() ดอกกุหลาบไร้หนาม Thornless Rose = เป็นความรักครั้งแรกของฉัน
![]() ดอกกุหลาบดอกเดียว Unique Rose = สำหรับคุณที่ขี้เหร่ ![]() ดอกกุหลาบสีเหลือง Yellow Rose = อิจฉา ริษยา ![]() ดอกคาเนชั่นสีแดงเข้ม Deep red Carnation = สำหรับหัวใจที่แห้งแล้ง ![]() ดอกคาเนชั่นสีชมพู Pink Carnation = ความรักของผู้หญิง ดอกคาเนชั่นสีเหลือง Yellow Carnation = สำหรับคุณ ที่บริสุทธิ์ และน่ารัก
![]() ดอกทิวลิป Tulip = ฉันเสียสละทุกอย่างได้เพื่อคุณ ![]() ดอกทิวลิปสีแดง Red Tulip = ฉันรักคุณ .. ![]() ดอกไอวี่ Ivy = แต่งงานกันเถอะ .. ![]() ดอกไอวี่สีเหลือง Yellow Ivy = ฉันหลงใหลในตัวคุณ .. ดอกแจสมินอินเดีย Indian Jasmine = ฉันเชื่อคุณ .. คุณเป็นคนสำคัญของฉัน
![]() ดอกไลแลคสีม่วง Purple Lilac = ความรักครั้งแรกที่หวานช่ำ ![]() ดอกพีชสีม่วงแดง Peach Blossom = ฉันยอมเป็นทาสของคุณ ![]() ดอกไอรีส Iris = ฉันมีอะไรจะบอกคุณ .. ![]() ดอกเดซี่สีขาว White Daisy = สำหรับคุณที่ไร้เดียงสา . ![]() ดอกเบญมาศ Yellow Chrysanthemum = ความรักที่บางเบา อ่อนไหวง่าย ![]() ดอกบานชื่น Zania = คิดถึงเพื่อนเก่า ![]() ดอกบัว Lotus Flower = รู้สึกบาดหมางในความรัก ![]() ดอกดาวเรือง Marigold = ฉันตกเป็นทาสของคุณแล้ว ![]() ดอกผักกาดหอม Lettuce = อย่าเย็นชากับฉันนักเลยนะ ..ขอร้อง ![]() ผักชีฝรั่ง Parsley = ความรู้ที่มีประโยชน์ ![]() August 29 Melanie Black |
|||||
|
|